แม่และเด็กทั่วไป

joom December 17, 2020

เหล่าแม่ที่ตั้งท้องมาได้สักพักและเริ่มถึงเดือนที่จะให้กำเนิดลูกน้อยแล้ว นอกจากความตื้นตันใจที่มีก็คงเป็นความกังวลที่ตามมาว่าเราจะทราบได้อย่างไรว่าลูกของเราใกล้คลอดแล้ว คุณแม่หลายท่านคงเคยพอได้ยินมาว่าก่อนจะคลอดลูกจะต้องมีน้ำเดิน หรือมูกใส ๆ ไหลออกมาก่อนแต่ก้ไม่แน่ใจว่าแบบไหนคืออาการก่อนการคลอดลูกกันแน่ หรือจะเป็นมูกแบบปกติ เพราะช่วงที่ครรภ์เริ่มใหญ่คุณแม่จะมีมูกมากอยู่แล้วนั่นเอง เพื่อความสบายใจเรามาดูกันดีกว่าว่ามูกก่อนที่จะคลอดนั้นเป็นแบบไหน มูกก่อนคลอด มีลักษณะอย่างไร อาการใดถึงบ่งบอกว่าใกล้คลอดแล้ว! ลักษณะ มูกก่อนคลอด ที่บ่งบอกว่าใกล้คลอดแล้วน่ะ ตามหัวข้อเลยว่า มูกก่อนคลอด มีลักษณะอย่างไร อาการใดถึงบ่งบอกว่าใกล้คลอดแล้ว อันดับแรกคุณแม่ต้องลองสังเกตตัวเองดูก่อนว่ามูกที่ออกมานั้นปกติหรือไม่ ปกติคือมีสีใสไม่มีกลิ่น แต่อาจจะออกมามากหน่อยเมื่ออายุครรภ์เริ่มมาก เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงให้ร่างกายเข้าสู่การคลอดลูกและปากมดลูกมีความบางตัวลงเรื่อย ๆ เพื่อเตรียมให้เด็กออกมา ตอนนี้มูกจะเริ่มเยอะเพื่อป้องการเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจเข้ามาสู่ช่องคลอดที่บางและอ่อนลงของคุณแม่ใกล้คลอดได้ ซึ่งในช่วงนี้จะยังไม่ใช้อาการที่กำลังจะคลอด แม้คุณแม่อาจจะมีอาการเจ็บท้องบางเป็นครั้งคราวร่วมด้วยก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ในช่วงก่อนการคลอดลูกอยู่ดี (ประมาณ 2-3 เดือนก่อนการคลอดลูกจริง) มูกก่อนคลอด มีลักษณะอย่างไร อาการใดถึงบ่งบอกว่าใกล้คลอดแล้ว ส่วนมูกที่แสดงว่าลูกกำลังจะออกแล้วนั้นจะมีลักษณะที่แตกต่างออกไป กล่าวคือมูกจะมีเลือดออกมาด้วยนั่นเอง ซึ่งควรออกมาด้วยบ้าง หากออกมาเยอะเกินไปแสดงถึงความผิดปกติแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อพบว่ามูกมีเลือดแล้วนั่นเป็น มูกก่อนคลอด ควรไปพบแพทย์เพื่อเตรียมเรื่องการคลอดลูกได้ แต่ในบางคนก็อาจไม่พบเลือดออกมาด้วยก็มีเช่นกัน สิ่งที่แสดงว่าใกล้คลอดจริง ๆ และนั่นคืออาการน้ำเดิน จะมีน้ำออกมาจากช่องคลอดคล้ายน้ำปัสสาวะแต่ไม่มีสีไม่มีกลิ่น น้ำนี้คือน้ำคร่ำของเด็กในท้องนั่นเอง เมื่อน้ำคร่ำแตกแรกคุณแม่ควรคลอดลูกทันทีภาย 48 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยของตัวลูกน้อย เพราะเมื่อน้ำคร่ำแตกแล้วแสดงว่าไม่มีสิ่งใดที่ปกป้องตัวลูกน้องได้อีกแล้ว และถึงเวลาที่ลูกต้องออกมาจากครรภ์ที่มีแม่คอยดูแลเพื่อเจอกับโลกและสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริง […]

joom December 15, 2020

จากความเข้าใจโดยปกติแล้วช่วงที่ผู้หญิงตั้งครรภ์มักจะเป็นช่วงที่ไม่มีประจำเดือนเท่านั้น ส่วนช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือนคือช่วงที่ไข่ที่ตกมาจากรังไข่ได้ฝ่อลงไปที่ผนังมดลูกและกลายเป็นเลือดออกมาในทุก ๆ เดือนระยะการมีประจำเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 3 – 7 วันแล้วแต่ความสมบูรณ์และลักษณะเฉพาะของร่างกายแต่ละคน ซึ่งไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เคยมีข่าวที่บางคนสามารถท้องได้แม้จะมีประจำเดือนทำให้หลายคนตั้งคำถามและสงสัยกันอีกครั้งว่า ผ่าไฟแดง มีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือน ผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่? คำตอบง่าย ๆ เลยว่าได้ ผู้หญิงสามารถมีประจำเดือนได้แต่จากสองกรณีเท่านั้นนั่นคือ คำตอบ ผ่าไฟแดง ท้องหรือไม่ 1. ในช่วงการตกไข่จะเป็นก่อนการมีประจำเดือนจริง แต่หลายคนเริ่มงงแล้วว่าช่วงตกไข่ก็คือช่วงที่ไม่มีประจำเดือน คือไม่มีเลือดออกมา แต่ความเป็นจริงแล้วในหญิงวัยรุ่นหลายคนขณะที่ไข่ตกก็สามารถมีเลือดได้ด้วยเช่นกัน ทว่าเราอาจคิดว่านี่แหละคือประจำเดือนตอนที่ไข่ของเราฝ่อแล้วแต่แท้จริงกลับเป็นช่วงที่ไข่สุกเต็มที่ต่างหาก ดังนั้นการ ผ่าไฟแดง มีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกว่ามีประจำเดือนจริงเป็นเหตุให้ผู้หญิงเรามีโอกาสท้องได้เลยล่ะ เพื่อความปลอดภัยก็ความที่จะรับประทานยาคุมหรือใส่ถุงยาอนามัยให้เรียบร้อยแม้ว่าจะมีประจำเดือนก็ตาม 2. ในช่วงหลังจากที่ประจำเดือนหมด เป็นเรื่องกลไกของร่างกายเราที่หลายคนไม่ทราบอีกเช่นกันว่าระยะตกใข่ของคนเราสามารถตกหลังจากการมีประจำเดือนได้ด้วยเช่นอาจจะวันหรือสองวันหลังจากที่เราประจำเดือนหมดไปและพบว่ามีประจำเดือนมาอีกครั้งแต่มาแบบเล็กน้อย ซึ่งนั่นอาจไม่ใช่ประจำเดือนแต่เป็นการตกไข่ของเรานั่นเอง นั่นจริงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนพลาด ผ่าไฟแดง เพราะคิดว่าเลือดที่ออกมานั้นเป็นประจำเดือนและไข่ได้ฝ่อไปแล้วนั่นเอง ที่สำคัญเลยผู้หญิงเราควรรู้ว่าตัวอสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ในตัวเราได้นานประมาณ 2-5 วัน ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์หลังจากที่มีประจำเดือนในวันท้าย ๆ ทว่าไข่ของเรากลับตกเร็ว คือตกหลังจากประจำเดือนหมดประมาณ 2 – 5 วันเราก็มีโอกาสท้องได้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้จากคำถามที่ว่า ผ่าไฟแดง มีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่มีประจำเดือนผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่? ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่ามีโอกาสพอสมควรเลยล่ะ ยิ่งถ้าใครที่มีวันไข่ตกไม่ตรงกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เป็นไปได้ว่าการใช้เวลานับวันไม่สามารถช่วยได้ […]

joom December 13, 2020

เป็นเรื่องปกติที่ตัวคุณพ่อและคุณแม่ก่อนการตั้งครรภ์ต้องตรวจโรคร้ายต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนเพราะ โรคบางอย่างเป็นกรรมพันธ์และมีโอกาสอย่างมากในการติดต่อจากเชื้อของพ่อแม่สู่ลูกหลานได้ ยิ่งบางคนที่เป็นพาหะยิ่งน่ากลัวเพราะโรคที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดที่ตัวเองแต่ตัวเรากลับเป็นพาหะที่สามารถนำโรคเหล่านี้ไปสู่ตัวลูกได้แบบไม่รู้ตัว เป็นเหตุให้ยุคนี้มีการตรวจโรคก่อนการวางแผนจะมีบุตรนั่นเอง เรามาดูโรคร้ายที่เราต้องระวังกันหน่อยดีกว่า โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว! มารู้จัก โรคร้ายที่ต้องระวัง ที่อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้ 1. ธาลัสซีเมีย – โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว โรคธาลัสซีเมีย หรือโรคเลือดจาง เป็นโรคร้ายที่อันตรายมากกับตัวเด็ก สามารถติดได้ทั้งจากฝ่ายพ่อและแม่ ซึ่ส่วนใหญ่จะเป็นพาหะแฝงมาแล้งมาลงที่ตัวลูกเสียมากกว่า ทั้งนี้จะสามารถตรวจเจอในเด็กได้ตั้งแต่อายึประมาณหกเดือนไปจนถึงหนึ่งปี สามารถสังเกตด้วยสายตาได้ว่าเด็กจะมีความตัวซีดผิดปกติ บางรายอาจมีความผิดปกติทางด้านกระดูกด้วยทำให้หน้าตาผิดรูปไป ฟันเหยินออกมา ภายในร่างกายระบบม้ามจะผิดปกติ มีขนาดโตกว่าปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่เกิดออกมาเป็นธาลัสซีเมียควรตรวจเชื้อของทั้งพ่อแม่ให้เรียบร้อยก่อน และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าสามารถมีลูกได้หรือไม่ 2. ฮีโมฟีเลีย – โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว โรคนี้เป็นโรคที่แทบดูไม่ออกเลยว่าพ่อแม่คนไหนมีอาการแบบนี้เพราะเป็นโรคที่ทำให้ผิวหนังของเด็กที่คลอดออกมามีความอ่อนแอ เกิดการฟกช้ำได้ง่าย เพียงการกดกระแทกแรง ๆ ก็สามารถทำให้เลือดออกและเป็นแผลช้ำได้แล้ว ถือเป็นโรคที่ดูไม่รุนแรงแต่อันตรายและต้องระวังให้อยู่ในสายตาตลอด เพราะหากเกิดอุบัติเหตุใหญ่เลือดอาจไหลไม่หยุดและทำให้เสียชีวิตได้ 3. G6PD – โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว โรคที่ทำให้เลือดในตัวเด็กมีความผิดปกติ มีตัวซีดเหลือง นับเป็นความผิดปกติของยีนส์อย่างหนึ่ง เป็นโรคที่ถ่ายทอดจากตัวแม่สู่ลูก ซึ่งลูกชายจะมีโอกาสได้รับยีนส์ตัวนี้มากกว่าลูกสาว อย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่าทางฝ่ายแม่อาจมีความผิดปกติของยีนส์ได้ สามารถใช้วิธีทำเด็กหลอดแก้วแทนเพื่อให้ได้ยีนส์ตัวที่แข็งแรงเพื่อลูกที่ออกมามีความปกตินั่นเอง ติดตามบทความ แม่และเด็ก เรื่องราวดีๆเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูก เทคนิควิธีการดูแลลูก ได้ที่นี้

joom December 11, 2020

ช่วงท้องนี่เป็นช่วงที่คุณแม่หลายคนอาจจะมีความสุขกับการรับประทานอาหารมากขึ้นก็เป็นได้ แม้อาหารบางประเภทจะต้องงดและลดลงไปบ้างแต่เมนูส่วนใหญ่ก็สามารถรับประทานได้ทั้งนั้นเลย ยิ่งบ้านเราเป็นเมืองที่ทีอาหารปรุงสุกใหม่ที่หลากหลายด้วยแล้วอาจเป็นสวรรค์ของสายกินเลยก็ได้เพราะเราไม่มีข้ออ้างให้ต้องกลัวอ้วนแล้วอย่างไรล่ะ และยิ่งใครที่ชอบกินของเผ็ด ๆ เปรี้ยวด้วยแล้วเวลาท้องจะยิ่งอยากเข้าไปใหญ่ ซึ่งอาหารพวกนี้ช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ด้วยอีกนะ เอาล่ะครั้งนี้เราของแนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ ท้องแล้วก็กินของเผ็ดได้! แนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ 1. ยำกุ้งนางตะไคร้หอม – แนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ ท้องแล้วก็กินของเผ็ดได้ อาหารแซ่บ ๆ ดีต่อสุขภาพก็ต้องยกให้เครื่องกลิ่นหอมอย่างตะไคร้กันเสียหน่อยและเมนูที่อยากแนะนำคือ ยำกุ้งนางตะไคร้หอม แน่นอนกุ้งต้องสุกนะจ้ะ เพราะคนท้องไม่ควรกินของดิบใด ๆ เลย ถึงใครจะชอบกินปลาดิบ กุ้งดิบแค่ไหนช่วงนี้พักไปก่อนได้เลย 2. ตำสายบัว – แนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ ท้องแล้วก็กินของเผ็ดได้จะกินตำไทยหลายคนอาจจะเบื่อแล้วมาลองกินตำสายบัวกันดูได้นะ เพราะสายบัวมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่เช่นกัน มีสรรพคุณช่วยบำรุงครรภ์ และขับความร้อนออกจากร่างกายอีกด้วยนะ ยิ่งตัวคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะตัวร้อนกว่าปกติ เหงื่อออกง่ายยิ่งเหมาะกับการกินสายบัวใหญ่เลย ยิ่งถ้าทาดคู่กับปลาทอดนะยิ่งครบเครื่องความอร่อย แซ่บสุด ๆ ไปเลยล่ะ 3. ตำดอกไม้ทอด – แนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ ท้องแล้วก็กินของเผ็ดได้ อีกเมนูส้มตำที่มีประโยชน์และค่อนข้างดีต่อสุขภาพมีกากใยอาหารรวมถึงมากวิตามินนั่นคือ ตำดอกไม้ทอด ใครไม่เคยลองก็ลองสรรหามากินกันดูได้นะ ทานเป็นของกินเล่นก็ดีไม่น้อยเลยล่ะ 4. ยำเห็ดรวม […]

joom December 9, 2020

ในขณะนี้คุณแม่หลายๆ คนที่กำลังเตรียมตัว วางแพลน กับว่าตัวเองว่าควรจะคลอดลูกแบบไหนมากกว่ากันดี ระหว่าง คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด แต่ยังไม่แน่ใจว่าการคลอดลูกทั้งสองแบบมีความแตกต่างและข้อดีขอเสียต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อให้คุณแม่ทั้งหลายสามารถเปรียบเทียบได้มากขึ้นเราจึงได้ทำการเปรียบเทียบการคลอดบุตรทั้งสองกรณีด้วยแบ่งเป็นห้าหัวข้อด้วยกัน เปรียบเทียบการคลอดแบบธรรมชาติและการผ่าคลอด ความแตกต่างระหว่างการ คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด 1. ค่าใช้จ่าย – เปรียบเทียบการ คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด การคลอดเองจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและสารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ เพราะไม่ค่อยมีเหตุให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทว่าการผ่าคลอดต้องใช้อุปกรณ์และแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางจึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงตามมา นอกจากนี้ยังอาจมีค่าใช้ง่ายเพิ่มขึ้นมาอีกทั้งการเย็บท้อง การพักฟื้น และอื่น ๆ อีกมากมาย 2. ก่อนคลอด – เปรียบเทียบการ คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด การคลอดเองต้องรอให้เด็กกลับหัวก่อนและถุงน้ำคร่ำแตกเพื่อให้เด็กออกมาได้ แต่การคลอดแบบผ่าจะเป็นการนับวันและกำหนดว่าจะเอาเด็กออกมาช่วงไหน ส่วนมากที่เด็กไม่กลับหัวก็ต้องผ่าคลอดได้อย่างเดียวเท่านั้น ก่อนผ่าคลอดคุณแม่ต้องอดอาหารประมาณแปดชั่วโมงและต้องดมยาสลบเพื่อให้คุณหมอผ่าเอาลูกออกมา 3. ขณะที่คลอด – เปรียบเทียบการ คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด การคลอดเองหมอจะชัดกรีดฝีเย็บเพื่อให้ปากมดลูกเปิดออกง่ายขึ้น ขณะที่เบ่งลูกออกมาคุณแม่จะเจ็บมดลูกอย่างมากแต่เมื่อคลอดออกมาได้คุณแม่จะหายเจ็บในทันทีและแผลค่อนข้างฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว ในขณะที่ผ่าคลอดหลังจากที่คุณแม่สลบไปแล้วคุณหมอจะผ่าเอาตัวเด็กพร้อมกับรกออกมาแล้วเย็บท้องกลับเหมือนเดิม 4. หลังการคลอด – เปรียบเทียบการ […]

joom December 7, 2020

เมื่อตั้งครรภ์คุณแม่หลาย ๆ ท่านมักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยงาม อย่างการดูแลผิวสักเท่าไรนัก เพราะด้วยร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนเพลีย และทำอะไรไม่ค่อยสะดวก จนบางครั้งแทบไม่อยากจะขยับตัวทำอะไรเสียด้วยซ้ำ นอกจากนอนนิ่ง ๆ จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งเมื่อส่องกระจกและพบว่านี้เราโทรมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน วันนี้เรามี 4 วิธีดูแลผิวคุณแม่ตั้งครรภ์ มาแนะนำ แนะนำ 4 วิธีดูแลผิวคุณแม่ตั้งครรภ์ ทำไมเห็นดารา เซเลบหลายคนถึงแม้จะตั้งครรภ์ก็ยังดูเปล่งปลั่ง สวยใส มีน้ำมีนวล ผิดกับฉันขนาดนี้ ไม่ได้แล้ว !! จะนิ่งนอนใจอย่างนี้ไม่ได้ เราต้องลุกขึ้นมาดูแลผิวพรรณของตัวเองบ้าง จะได้ดูสวยใสอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าการดูแลผิวตามแบบฉบับเดิมจะส่งผลกระทบอะไรต่อลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์หรือไม่ ขอให้หมดกังวลในเรื่องนั้นไปได้เลย เพราะเราได้รวบรวม 4 วิธีดูแลผิวคุณแม่ตั้งครรภ์ ให้เปล่งปลั่ง และไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยมาให้แล้ว ตามไปดูกันเลย !! 1.ทานผัก-ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุงผิว หากเป็นวิธีธรรมชาติ อะไรจะบำรุงผิวพรรณได้ดีกว่าการทานผัก-ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง อย่างมะเขือเทศ ส้ม หรือฝรั่ง เพราะผัก-ผลไม้ เหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ซึ่งเป็น วิธีดูแลผิวคุณแม่ตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการลดริ้วรอย รอยดำคล้ำ และช่วยปรับผิวให้สว่างสดใสราศีจับอีกด้วย อีกทั้งการทานผัก-ผลไม้นั้นยังเป็นผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย 2.หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด เพราะแสงแดดจัดเป็นศัตรูตัวร้ายต่อการดูแลผิว และเมื่อตั้งครรภ์ ผิวหน้าจะมีความหมองคล้ำขึ้นอยู่แล้ว […]

joom December 3, 2020

คุณแม่หลายท่านที่แพลนจะมีลูกและเลือกวิธีคลอดโดยการผ่าคลอดเนื่องจากกลัวการคลอดแบบธรรมชาติจากความเชื่อผิด ๆ ว่าการคลอดแบบธรรมชาติให้ผลลัพธ์เป็นลบ และอาจต้องพักฟื้นมากกว่าการผ่าคลอดซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป เพื่อทำให้คุณแม่หลาย ๆ คนเข้าใจเกี่ยวกับการคลอดแบบธรรมชาติมากขึ้นเราจึงได้รวม 4 ความเชื่อ ที่ไม่จริงเกี่ยวกับ การคลอดแบบธรรมชาติ เพื่อให้คุณแม่มีทางเลือกในการคลอดบุตรมากขึ้นนั่นเอง ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ การคลอดแบบธรรมชาติ 1. ร่างกายต้องมีความพร้อมมาก ๆ – ความเชื่อ ที่ไม่จริงเกี่ยวกับ การคลอดแบบธรรมชาติ เป็นความเชื่อผิด ๆ ว่าร่างกายของคุณแม่ต้องพร้อมและแข็งแรงมาก ๆ ทว่าความเป็นจริงแล้วธรรมชาติสร้างให้ผู้หญิงทุกคนสามารถคลอดลูกโดยธรรมชาติได้ โดยไม่เป็นภาระที่มากเกินไปสำหรับร่างกาย ดังนั้นแล้วไม่เกี่ยวว่าร่างกายจะพร้อมหรือไม่พร้อมการคลอดลูกแบบธรรมชาติเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนสามารถทำได้ 2. ไม่มีเครื่องมือช่วยเหลือ ไม่ควรใช้เครื่องมือ – ความเชื่อ ที่ไม่จริงเกี่ยวกับ การคลอดแบบธรรมชาติ เป็นความเชื่อผิด ๆ หลายคนคิดว่าการคลอดแบบธรรมชาติคือคุณแม่ต้องเบ่งคลอดด้วยตนเอง และรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้หลาย ๆ คนกลัวที่จะต้องเบ่งคลอดเอง ทั้งนี้ตามความเป็นจริงแล้วแพทย์เตรียมพร้อมที่จะช่วยเหลืออยู่ตลอดทั้งการให้ออกซิโทซินแก่เด็กหากน้ำคร่ำแตกนานเกินสองวัน หรือใช้คีมช่วยเพื่อให้เด็กออกมาเมื่อพบว่าคุณแม่มีแรงเบ่งไม่เพียงพอเป็นต้น 3. เจ็บท้องมากกว่าและนานกว่า – ความเชื่อ ที่ไม่จริงเกี่ยวกับ การคลอดแบบธรรมชาติ เป็นความเชื่อผิด ๆ ด้วยความคิดที่ว่าคุณแม่ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาที่คลอดแบบธรรมชาติจึงเป็นความคิดที่ว่าต้องเจ็บมากกว่าการที่มีคนทำคลอดให้ด้วยวิธีผ่าคลอด […]

joom November 27, 2020

คงจะเป็นความเชื่อแบบผิดๆกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายกับการเลี้ยงลูก ลูกยิ่งอ้วน ยิ่งน่ารักน่าหยิก ใครเห็นก็ต้องชอบ แต่จริงแล้วการปล่อยให้ลูกอ้วนจนเกินไปจะดีจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าหากมีการเลี้ยงการดูแลตามมาตรฐานของเด็กเล็ก ก็ต้องมีการเทียบ อายุ น้ำหนัก และส่วนสูง ว่าอยู่ตามเกณฑ์หรือไม่ หากมากหรือน้อยเกินก็ต้องปรับลดนมหรืออาหาร ให้ลูกได้น้ำหนักตามเกณฑ์ และต้องรู้ด้วยว่าตามพัฒนาการของลูกจะต้องเสริมอาหารอะไรบ้าง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะต้องใส่ใจมากๆนะคะ วันนี้แอดมีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เป็น สาเหตุลูกอ้วน เกินมาตรฐาน ที่คุณแม่หลายๆ ท่าน มองข้าม มาฝาก สาเหตุลูกอ้วน เกินมาตรฐาน ลูกอ้วนจนเกินไป สาเหตุลูกอ้วน ลูกที่ไม่ได้ดูดนมแม่หรือจำเป็นจะต้องดูดนมชงจากขวด อาจจะมีปัญหาเรื่องโรคอ้วนได้ เนื่องจากเมื่อเด็กต้องดูดนมจากขวดจะไม่สามารถควบคุมปริมาณของนมได้ เพราะลูกจะดูดไปเรื่อยๆถึงแม้ว่าจะอิ่มแล้ว และน้ำนมจะไหลเร็ว ยิ่งให้นมลูก ลูกก็ยิ่งอ้วน เพราะฉะนั้นการให้นมแม่จะดีที่สุด คุณแม่ต้องพยายามบำรุงให้ร่างกายผลิตน้ำนมให้ได้มากและเพียงพอกับลูก สาเหตุลูกอ้วน อาหารที่จะนำมาป้อนลูกก็ให้ได้ตามเกณฑ์ อย่าได้ตามใจคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย เรื่องการป้อนอาหาร อย่างไรก็ต้องพยายามพูดคุยหรือหลีกเลี่ยง ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ แต่คนโบราณจะเชื่อว่าควรจะเลี้ยงให้ลูกอ้วนไว้จะดีกว่า กินอิ่มนอนหลับง่าย หลับนาน ก็ประมาณนี้ ส่วนในเรื่องอาหารจะมีคู่มือในการควบคุมไม่ให้เด็กอ้วนหรือน้ำหนักเกิน สำหรับเด็กอายุเท่าไรควรป้อนอาหารอะไร ปริมาณเท่าไร หากไม่ทราบจริงๆจะปรึกษาแพทย์ หรือหาคู่มือการเลี้ยงลูกมาก็ช่วยได้ ส่วนของคุณพ่อคุณแม่ที่มีการฝากครรภ์ ตั้งแต่แรกจะมีสมุดชมพูที่ได้จาก รพ. […]

joom November 23, 2020

คุณแม่ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆกับ การเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูป ให้ลูกน้อยใช้ มีเหตุผลอยู่เพียงไม่กี่ข้อที่จะใช้หักล้าง แล้วหันมาใช้ผ้าอ้อมผ้าที่จะต้องซักให้สะอาดด้วยน้ำยาซักผ้าเฉพาะของเด็กเล็กซึ่งไม่ควรจะมีน้ำหอม นั่นก็คือในเรื่องของความประหยัด แต่อย่าลืมนะคะว่ายุคสมัยนี้ คุณแม่ไม่ได้เป็นเพียงแม่บ้าน ยังต้องทำงานควบคู่ไปด้วย ซึ่งการเลือกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปจะช่วยให้มีเวลาได้พักผ่อนเพิ่มมากขึ้นด้วย ทีนี้มาดูว่าลูกน้อยต้องการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบไหนกัน แนะนำ การเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูป ให้กับลูกน้อย การเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูป ที่เหมาะกับลูกควรที่จะมีการซึมซับที่ดี พื้นผิวสัมผัสที่จะต้องแห้งไว เพราะผิวเด็กยังบอบบางมากถึงมากที่สุด หากมีปัญหาเรื่องซึมซับผิวเด็ฏจะเกิดผดผื่น แพ้ และแสบได้ จะเกิดปัญหาทำให้เด็กร้องโดยไม่ทราบเหตุผล การเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผ้าอ้อมสำเร็จรูปจะต้องออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับสรีระกับทารกหรือเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชาย  รวมไปถึงขนาดตามนำหนักตัว อายุ หรือแม้แต่ในปํจจุบันนี้ก็ออกแบบมาสำหรับกลางวัน และกลางคืน ซึมซับมากเป็นพิเศษ ซึมซับปนากลาง ซึ่งราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามออปชั่นต่างๆที่มีในผลิตภัณฑ์นั้นๆ การเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูป ลักษณะภายนอกที่จะดึงดูดให้คุณแม่เลือกให้ลูกใช้ เช่นลวดลาย ความน่ารัก ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเป็นแบบสวม หรือแบบเทปกาวซึ่งถ้าเป็นรุ่นเก่าๆหน่อยที่ออกแบบมาเดิมนั้น เทปกาวอาจจะบาดขาลูกได้ เพราะเด็กคงไม่ได้อยู่นิ่งๆตลอดเวลา ดังนั้นในเหตุผลข้อนี้ การที่จะเลือกใช้ก็คงจะเป็นลักษณะของการใช้งาน ถ้าเป็นวันที่จะต้องพาลูกออกไปนอนบ้านก็คงจะเป็นแบบสวมจะสะดวกกว่า การเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูป จริงๆแล้วในการเลือกใช้ผ้าอ้อมก็คงจะมีเหตุผลหลักๆคือความสะดวกมากกว่า ถึงแม้จะมีราคาที่สูงสักหน่อย แต่ก็เป็นเพียงแค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้ว ผ้าอ้อมก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เฉพาะฉะนั้นการเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปสามารถช่วยคุณแม่ได้หลายๆด้านเลย ติดตาม เทคนิควิธีการดูแลลูก เรื่องราวดีๆเกี่ยวกับ พัฒนาการเด็ก แม่และเด็ก ได้ที่นี้ แนะนำ […]

joom November 19, 2020

คนท้องถ้ายิ่งใกล้คลอดด้วยแล้ว จะรู้เลยว่าอุ้ยอ้ายทำอะไรก็จะลำบากไปหมด จะอยู่นิ่งๆเฉยๆก็อาจจะเบื่อหรือยิ่งหงุดหงิดยิ่งถ้าหากต้องอยู่คนเดียวด้วยแล้ว ดังนั้นลองมาหา กิจกรรมยามว่างคนท้อง ต่างๆแก้เบื่อทำกัน และกิจกรรมที่คนท้องนิยมทำกันมากก็มีเยอะมากมาย นอกจากจะหายเบื่อแล้ว ยังทำให้อารมณ์คนท้องได้ผ่อนคลายอีกด้วย แนะนำ กิจกรรมยามว่างคนท้อง คนท้องถักโครเชต์ เป็น กิจกรรมยามว่างคนท้อง ที่ส่วนมากมักเลือกที่จะทำแก้เซ็งแก้เบื่อ เป็นงานอดิเรกได้อีกด้วย หรือจะถักเพื่อเป็นรายได้เสริมก็ดีแต่ทำแค่เท่าที่ร่างกายรับได้ อย่าหักโหมเกินไป การถักโครเชต์ยังทำให้มีสมาธิได้ฝึกการเคลื่อนไหวมือและสายตา อีกทั้งยังเพลิดเพลินและรู้สึกตื่นเต้นในการเลือกสีสันของไหมพรม ถ้าหากคิดจะถักหมวก ถุงมือ ถุงเท้า ให้กับลูกที่กำลังจะคลอดในอีกเวลาไม่นานนัก การเขียนบันทึก ก็สามารถทำเป็น กิจกรรมยามว่างคนท้อง ได้ โดยที่คนท้องจะบันทึกกิจกรรมต่างๆตั้งแต่ก่อนเริ่มท้อง การฝากท้อง ช่วงท้อง อาการต่างๆ พัฒนาการต่างๆในแต่ละสัปดาห์ของท้องและทารกในท้อง ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคุณแม่เลยล่ะค่ะ ยังสามารถจะเก็บบันทึกไว้ให้ลูกได้อ่านได้ดูเมื่อตอนที่เขาเริ่มโตแล้ว เป็นการสร้างความผูกพันธ์ระหว่างแม่กับลูกด้วย การฟังเพลง ขยับร่างกายตามเล็กน้อย อย่ารุนแรงเพราะจะมีผลกับลูกในท้อง เป็น กิจกรรมยามว่างคนท้อง ช่วยสร้างความผ่อนคลาย หรือความเครียดไม่ว่าจะเครียดเพราะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น ความรู้สึกการกลัวหรือระแวงว่าจะเจ็บท้องคลอด ความกังวลหรือกลัวว่าจะมีอันตรายไหม ความกังวลว่าลูกที่คลอดมาจะมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ไหม เหล่านี้ล้วนทำให้คนท้องมีความเครียดได้ การฟังเพลง หรือจะเป็นการเล่นเครื่องดนตรีแบบที่ไม่หนักเกินไปก็จะช่วยได้เยอะเลย คนท้องอารมณ์ผ่อนคลาย อารมณ์ดี ก็จะส่งผลไปถึงลูกในท้องด้วย ติดตามบทความ แม่และเด็ก เรื่องราวดีๆเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูก เทคนิควิธีการดูแลลูก ได้ที่นี้ แนะนำ […]