การตั้งครรภ์

joom December 15, 2020

จากความเข้าใจโดยปกติแล้วช่วงที่ผู้หญิงตั้งครรภ์มักจะเป็นช่วงที่ไม่มีประจำเดือนเท่านั้น ส่วนช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือนคือช่วงที่ไข่ที่ตกมาจากรังไข่ได้ฝ่อลงไปที่ผนังมดลูกและกลายเป็นเลือดออกมาในทุก ๆ เดือนระยะการมีประจำเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 3 – 7 วันแล้วแต่ความสมบูรณ์และลักษณะเฉพาะของร่างกายแต่ละคน ซึ่งไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เคยมีข่าวที่บางคนสามารถท้องได้แม้จะมีประจำเดือนทำให้หลายคนตั้งคำถามและสงสัยกันอีกครั้งว่า ผ่าไฟแดง มีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือน ผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่? คำตอบง่าย ๆ เลยว่าได้ ผู้หญิงสามารถมีประจำเดือนได้แต่จากสองกรณีเท่านั้นนั่นคือ คำตอบ ผ่าไฟแดง ท้องหรือไม่ 1. ในช่วงการตกไข่จะเป็นก่อนการมีประจำเดือนจริง แต่หลายคนเริ่มงงแล้วว่าช่วงตกไข่ก็คือช่วงที่ไม่มีประจำเดือน คือไม่มีเลือดออกมา แต่ความเป็นจริงแล้วในหญิงวัยรุ่นหลายคนขณะที่ไข่ตกก็สามารถมีเลือดได้ด้วยเช่นกัน ทว่าเราอาจคิดว่านี่แหละคือประจำเดือนตอนที่ไข่ของเราฝ่อแล้วแต่แท้จริงกลับเป็นช่วงที่ไข่สุกเต็มที่ต่างหาก ดังนั้นการ ผ่าไฟแดง มีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกว่ามีประจำเดือนจริงเป็นเหตุให้ผู้หญิงเรามีโอกาสท้องได้เลยล่ะ เพื่อความปลอดภัยก็ความที่จะรับประทานยาคุมหรือใส่ถุงยาอนามัยให้เรียบร้อยแม้ว่าจะมีประจำเดือนก็ตาม 2. ในช่วงหลังจากที่ประจำเดือนหมด เป็นเรื่องกลไกของร่างกายเราที่หลายคนไม่ทราบอีกเช่นกันว่าระยะตกใข่ของคนเราสามารถตกหลังจากการมีประจำเดือนได้ด้วยเช่นอาจจะวันหรือสองวันหลังจากที่เราประจำเดือนหมดไปและพบว่ามีประจำเดือนมาอีกครั้งแต่มาแบบเล็กน้อย ซึ่งนั่นอาจไม่ใช่ประจำเดือนแต่เป็นการตกไข่ของเรานั่นเอง นั่นจริงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนพลาด ผ่าไฟแดง เพราะคิดว่าเลือดที่ออกมานั้นเป็นประจำเดือนและไข่ได้ฝ่อไปแล้วนั่นเอง ที่สำคัญเลยผู้หญิงเราควรรู้ว่าตัวอสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ในตัวเราได้นานประมาณ 2-5 วัน ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์หลังจากที่มีประจำเดือนในวันท้าย ๆ ทว่าไข่ของเรากลับตกเร็ว คือตกหลังจากประจำเดือนหมดประมาณ 2 – 5 วันเราก็มีโอกาสท้องได้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้จากคำถามที่ว่า ผ่าไฟแดง มีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่มีประจำเดือนผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่? ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่ามีโอกาสพอสมควรเลยล่ะ ยิ่งถ้าใครที่มีวันไข่ตกไม่ตรงกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เป็นไปได้ว่าการใช้เวลานับวันไม่สามารถช่วยได้ […]

joom December 13, 2020

เป็นเรื่องปกติที่ตัวคุณพ่อและคุณแม่ก่อนการตั้งครรภ์ต้องตรวจโรคร้ายต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนเพราะ โรคบางอย่างเป็นกรรมพันธ์และมีโอกาสอย่างมากในการติดต่อจากเชื้อของพ่อแม่สู่ลูกหลานได้ ยิ่งบางคนที่เป็นพาหะยิ่งน่ากลัวเพราะโรคที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดที่ตัวเองแต่ตัวเรากลับเป็นพาหะที่สามารถนำโรคเหล่านี้ไปสู่ตัวลูกได้แบบไม่รู้ตัว เป็นเหตุให้ยุคนี้มีการตรวจโรคก่อนการวางแผนจะมีบุตรนั่นเอง เรามาดูโรคร้ายที่เราต้องระวังกันหน่อยดีกว่า โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว! มารู้จัก โรคร้ายที่ต้องระวัง ที่อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้ 1. ธาลัสซีเมีย – โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว โรคธาลัสซีเมีย หรือโรคเลือดจาง เป็นโรคร้ายที่อันตรายมากกับตัวเด็ก สามารถติดได้ทั้งจากฝ่ายพ่อและแม่ ซึ่ส่วนใหญ่จะเป็นพาหะแฝงมาแล้งมาลงที่ตัวลูกเสียมากกว่า ทั้งนี้จะสามารถตรวจเจอในเด็กได้ตั้งแต่อายึประมาณหกเดือนไปจนถึงหนึ่งปี สามารถสังเกตด้วยสายตาได้ว่าเด็กจะมีความตัวซีดผิดปกติ บางรายอาจมีความผิดปกติทางด้านกระดูกด้วยทำให้หน้าตาผิดรูปไป ฟันเหยินออกมา ภายในร่างกายระบบม้ามจะผิดปกติ มีขนาดโตกว่าปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่เกิดออกมาเป็นธาลัสซีเมียควรตรวจเชื้อของทั้งพ่อแม่ให้เรียบร้อยก่อน และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าสามารถมีลูกได้หรือไม่ 2. ฮีโมฟีเลีย – โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว โรคนี้เป็นโรคที่แทบดูไม่ออกเลยว่าพ่อแม่คนไหนมีอาการแบบนี้เพราะเป็นโรคที่ทำให้ผิวหนังของเด็กที่คลอดออกมามีความอ่อนแอ เกิดการฟกช้ำได้ง่าย เพียงการกดกระแทกแรง ๆ ก็สามารถทำให้เลือดออกและเป็นแผลช้ำได้แล้ว ถือเป็นโรคที่ดูไม่รุนแรงแต่อันตรายและต้องระวังให้อยู่ในสายตาตลอด เพราะหากเกิดอุบัติเหตุใหญ่เลือดอาจไหลไม่หยุดและทำให้เสียชีวิตได้ 3. G6PD – โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว โรคที่ทำให้เลือดในตัวเด็กมีความผิดปกติ มีตัวซีดเหลือง นับเป็นความผิดปกติของยีนส์อย่างหนึ่ง เป็นโรคที่ถ่ายทอดจากตัวแม่สู่ลูก ซึ่งลูกชายจะมีโอกาสได้รับยีนส์ตัวนี้มากกว่าลูกสาว อย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่าทางฝ่ายแม่อาจมีความผิดปกติของยีนส์ได้ สามารถใช้วิธีทำเด็กหลอดแก้วแทนเพื่อให้ได้ยีนส์ตัวที่แข็งแรงเพื่อลูกที่ออกมามีความปกตินั่นเอง ติดตามบทความ แม่และเด็ก เรื่องราวดีๆเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูก เทคนิควิธีการดูแลลูก ได้ที่นี้