การเลี้ยงลูก

joom June 4, 2021

ลูกจะเป็นเด็กน่ารักอารมณ์ดีหรือขี้วีนขี้เหวี่ยง พื้นฐานย่อมมาจากการเลี้ยงดูแต่แรกเริ่มของคนเป็นพ่อแม่  ดังนั้นใครที่มีลูกเล็กซึ่งยังเป็นไม้อ่อนดัดง่ายก็ต้องเรียนรู้ วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กอารมณ์ดี เพื่อเป็นแนวทางในการเลี้ยงลูกที่ดีกันดีกว่าค่ะ แนวทาง วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กอารมณ์ดี เด็กอารมณ์ดี  มีดีกว่าที่คิด นอกจากเด็กอารมณ์ดีจะน่ารัก  ใครๆ ก็อยากเล่นด้วยแล้ว  ยังมีข้อดีที่คุณพ่อคุณแม่อาจคาดไม่ถึง –  ทำให้ลูกเป็นเด็กมีความสุข  ซึ่งเด็กที่มีความสุขมากๆ จะยิ้มแย้มแจ่มใส  เป็นศูนย์กลางความสุขของคนในบ้านและสังคม –  ทำให้ลูกเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้ง่าย  เพราะเด็กอารมณ์ดีมักซุกซนและตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ –  ทำให้ลูกมีพัฒนาการทางสติปัญญาและสมองดีขึ้น  ด้วยหัวใจที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา –  ทำให้ลูกมองโลกในแง่ดี  เชื่อว่าโลกนี้มีความสุขและความหวังรออยู่เสมอ –  ทำให้ลูกเป็นเด็กดี  รักและเชื่อฟังพ่อแม่  เพราะการที่ลูกเป็นเด็กอารมณ์ดีก็มาจากการเลี้ยงดูด้วยความรักและความสุขจากพ่อแม่ค่ะ วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กอารมณ์ดีวิธีแรกที่อยากแนะนำคือ อิ่มแล้วอารมณ์ดีได้ ความที่ลูกยังเด็ก  เมื่อเขาหิวย่อมแสดงอารมณ์หงุดหงิดเพราะไม่เข้าใจเหตุผลและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้  การปล่อยให้ลูกหิวบ่อยๆ หิวนานๆ แล้วเหวี่ยง  จะปลูกฝังให้ลูกเป็นเด็กขี้หงุดหงิดและก้าวร้าว  ดังนั้นการเตรียมอาหารให้ตามเวลาเป็นวิธีป้องกันที่ดี  ซึ่งดีต่อระบบย่อยอาหาร  ระบบขับถ่าย  และการนอนหลับเป็นเวลาด้วย  เนื่องจากเขาได้ปรับสภาพการกินอย่างเป็นระบบ วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กอารมณ์ดีวิธีต่อมาคะ นอนอิ่มยิ่งอารมณ์ดี ควรจัดให้ลูกได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม  ไม่ถูกรบกวน  ดังนี้ –  ทารกแรกเกิด  –  6  เดือน  […]

joom June 2, 2021

การเลี้ยงลูกในยุคโลกหมุนเร็วจี๋และเปิดกว้างในเรื่องเพศเช่นนี้ยากกว่าเมื่อก่อนมาก  เพราะนอกจากการเลี้ยงให้เขาเติบโตและเป็นเด็กดีแล้ว  ยังต้อง เลี้ยงลูกให้ถูกเพศ ไม่ให้ลูกเบี่ยงเบนทางเพศ  เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตและเข้าสังคมต่อไป แนะนำวิธี เลี้ยงลูกให้ถูกเพศ –  จริงๆ แล้วช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ควรไปฝากท้องกับคุณหมอ  เพื่อจะได้ไม่เผลอรับฮอร์โมนเพศจากภายนอกโดยไม่รู้ตัว  ซึ่งอาจส่งผลต่อเพศของลูกในครรภ์ได้ –  หากพ่อแม่คาดหวังอย่างแรงกล้าว่าจะได้ลูกเพศใดแล้วผิดหวัง  อาจเลี้ยงดูลูกแบบกลับเพศโดยไม่รู้ตัว  ดังนั้นควรปรับทัศนคติใหม่ว่า  แม้ได้ลูกที่ไม่ใช่เพศตามต้องการ  แต่สามารถเลี้ยงลูกให้ถูกเพศและเป็นเด็กดีตามต้องการได้ –  เลือกเสื้อผ้าและของใช้ที่แสดงเพศของลูกอย่างชัดเจน  –  หากคุณพ่อคุณแม่ให้ความรักความอบอุ่นแก่ลูกอย่างเพียงพอ  ย่อมสามารถเข้าใกล้และเข้าถึงลูก  ลูกก็จะเรียนรู้และเลียนแบบพฤติกรรมที่สอดคล้องกับเพศของเขา  ลูกผู้ชายเลียนแบบพ่อ  ลูกผู้หญิงก็เลียนแบบแม่ –  อาจให้ลูกได้ใกล้ชิดพ่อหรือแม่ที่มีเพศเดียวกับเขามากกว่าในช่วงอายุน้อยๆ ของลูก  พ่ออาจพาลูกชายไปเล่นกีฬากลางแจ้งหรือให้เขาช่วยล้างรถ  แม่อาจพาลูกสาวไปจ่ายตลาดหรือให้ช่วยทำกับข้าว  –  ในการเลี้ยงลูกให้ถูกเพศ พ่อแม่ไม่ควรแสดงท่าทางเบี่ยงเบนทางเพศเพื่อความสนุกสนานให้ลูกเห็น  เพราะเขาอาจจดจำและคิดว่าเป็นเรื่องปกติ –  ไม่หัวเราะชอบใจเวลาที่ลูกแสดงพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศเพื่อเล่นสนุกกับพ่อแม่ –  สำหรับพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวสายสตรองที่ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูกในคนเดียวกัน  ไม่ควรปลูกฝังความเกลียดชังพ่อหรือแม่ที่ลูกขาด  เพราะไม่ยุติธรรมกับลูกแล้วก็อาจทำให้เขาเกลียดเพศตรงข้ามโดยไม่รู้ตัว  และหันมารักใคร่ชอบพอคนเพศเดียวกัน อย่าช้า  อย่าชะล่าใจ ความรู้สึกว่าตนเป็นเพศอะไร  เพศชายหรือเพศหญิงที่อาจไม่ตรงเพศสภาพ  หากลูกรู้สึกแล้วอาจแก้ไขได้ยากภายหลังเขาอายุ  5  ปี  ดังนั้นพ่อแม่ต้องสังเกตลูกทุกระยะ หากลูกเบี่ยงเบนทางเพศ  พ่อแม่ควรทำอย่างไร? หากสงสัยว่าลูกเบี่ยงเบนทางเพศ  เช่น  ลูกชายมีลักษณะตุ้งติ้งหรือเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้  ลูกสาวมีลักษณะห้าวหาญเกินไปหรือไม่ชอบของสวยๆ งามๆ […]

joom May 28, 2021

การที่ พ่อแม่ไปเที่ยวกับแก๊งลูก บ้าง โดยเฉพาะลูกในวัยเริ่มโต สักประมาณ 7 ขวบขึ้นไป ก็จะทำให้คุณสามารถเป็นเพื่อนซี้กับลูกได้อย่างแท้จริง เนื่องจากการเข้าร่วมแก๊ง ย่อมจะหมายถึงการที่คุณยอมรับเขา ยอมรับเพื่อนเขา ขณะที่อีกฝ่ายซึ่งก็คือเพื่อนๆ ของลูกก็จะค่อย ๆ เปิดใจยอมรับตัวคุณด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของการที่ พ่อแม่ไปเที่ยวกับแก๊งลูก การที่พ่อแม่ไปเที่ยวกับแก๊งลูกนี้ก็จะช่วยให้คุณเห็นกลุ่มเพื่อนที่ช่วยหล่อหลอมตัวตนของเขา และหากเห็นว่าไม่ดีไม่งาม คบแล้วอาจจะเกิดปัญหาร้ายแรงได้ คุณก็ยังสามารถฉุดเขาออกมาได้ทัน และที่สำคัญคือการไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนลูก ก็จะช่วยให้คุณได้รับการยอมรับนับถือจากกลุ่มเพื่อนของเขา ซึ่งหากเพื่อนลูกไม่มีปัญหากับคุณ ลูกก็มักจะรู้สึกดีกับคุณไปด้วยเช่นกัน สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อพ่อแม่ไปเที่ยวกับแก๊งลูก ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ลูก สิ่งที่คุณไม่ควรทำเลยก็คือ การทำหน้าที่ที่ควรปล่อยให้พวกเด็ก ๆ เขาทำกันเอง หรือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรเข้าไปยุ่มย่าม เช่น -วางแผนหรือจัดโปรแกรมให้เด็ก ๆ เหมือนคุณเป็นตัวตั้งตัวตี -คอยโทรตามจิกเพื่อน ๆ ของลูก ให้มาตามนัด  -การออกความคิดหรือวิจารณ์เรื่องการแต่งตัวของเด็ก ๆ -สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเมื่อพ่อแม่ไปเที่ยวกับแก๊งลูกก็คือการยกมือออกเสียงเมื่อเด็ก ๆ เขาโหวตกันเอง สิ่งที่ควรทำเมื่อพ่อแม่ไปเที่ยวกับแก๊งลูก คุณไม่ต้องกังวลว่าเด็ก ๆ จะเบื่อคุณ หากคุณทำตัวน่ารักแบบนี้ -ไปเที่ยวกับพวกเขาแบบนาน ๆ ครั้ง […]

joom May 26, 2021

คุณไม่ควรลืมว่าบทบาทที่สำคัญของคุณก็คือการเป็นพ่อแม่ ดังนั้นแม้คุณจะวางตัวเป็นกันเองเพื่อให้สนิทสนมกับลูก ด้วยการทำตัวเป็นเพื่อนซี้  แต่คุณก็ต้องไม่ลืมว่าการที่คุณกับเขาสนิทกันมากไปในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ การวางตัวของพ่อแม่ และ สิ่งที่ลูกไม่ควรทำกับพ่อแม่ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ลูกรักไว้วางใจ สร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับคุณ แต่ก็ต้องไม่ถึงขนาด “ลามปาม” จนเกินไปด้วย สิ่งที่ลูกไม่ควรทำกับพ่อแม่ สนิทได้ แต่ต้องไม่ลามปาม สิ่งที่ลูกไม่ควรทำกับพ่อแม่ลูกพูดไม่สุภาพกับพ่อแม่ อย่าปล่อยให้ลูกพูดจาหยาบคาย หรือไม่สุภาพกับคุณเหมือนคุยกับเพื่อน เช่นคำเหล่านี้แม้จะดูไม่น่าเกลียดมากนักเมื่อเทียบกับคำอื่น ๆ  แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้เขาพูดออกมา เพราะจะทำให้เด็กคิดว่านี่คือคำที่สามารถใช้กับผู้ใหญ่ที่สนิทสนมได้ด้วย เช่น คำว่า เออ อือ วะ เฮ้ย โว้ย แดก ตายห่า จัญไร ฉิบหาย เรียกคนอื่นว่า ไอ้ หรืออี หรือคำแม้แต่คำว่า “โคตร” เช่น โคตรเซ็ง โคตรน่ารัก โคตรหล่อ สิ่งที่ลูกไม่ควรทำกับพ่อแม่ลูกเล่นหัวพ่อแม่เหมือนเล่นกับเพื่อน การที่ลูกเล่นกับพ่อแม่ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเขาเล่นด้วยลักษณะที่เกินงาม ไม่เหมาะสม ก็จะทำให้เขาดูเป็นเด็กไม่รู้จักกาลเทศะ หรือเป็นเด็กก้าวร้าวได้ เช่น ลูบหัวพ่อแม่เหมือนที่พ่อแม่ลูบลูกเขา ตีก้นแม่ เอามือตบหน้าแม่เบา ๆ […]

joom May 18, 2021

เด็กทุกคนต้องการคำชมจากพ่อแม่ เพราะคุณคือคนที่ใกล้ชิดเขามากที่สุด หากคุณไม่เอ่ยปากชมเขาเลย เด็กก็อาจจะต้องออกไปแสวงหาคำชมจากคนอื่น ซึ่งเด็กบางคนก็ไม่รู้วิธีที่เหมาะสม เพื่อจะทำให้เขาได้รับความสนใจ หรือได้รับคำชม ดังนั้นมาเป็นพ่อแม่ที่รู้จัก เทคนิคชมเชยลูก การแสดงออกซึ่งความรัก ด้วยการชมเชยลูกของคุณดูสิ แนะนำ เทคนิคชมเชยลูก การแสดงออกซึ่งความรัก ให้เขาภูมิใจ แบบไม่โอเวอร์ เทคนิคชมเชยลูกพ่อแม่ควรชมลูกต่อหน้า เด็กก็ชอบให้ชมเขาต่อหน้าคนอื่น เพราะเขาจะยิ่งได้หน้าได้ตา ดังนั้นคุณก็อาจจะหาโอกาสชมลูกต่อหน้าคนอื่นบ้าง แต่ทั้งนี้ก็ควรจะชมแต่พอดี เพราะหากคุณชมจนโอเวอร์ เด็กก็จะยิ่งอาย เพราะรู้สึกว่าพ่อแม่ตนขี้โอ่ ชมลูกตนเองเพื่ออวดคนอื่น หรือทำเหมือนเขาเป็นเด็กเล็ก ๆ ที่อยากได้รับคำชม ซึ่งหากคุณทำแต่พอดี ก็จะทำให้เด็กรู้สึกดี ซึ่งคุณอาจจะชมเขาต่อหน้าคนที่รู้จักอย่างเหมาะสม เช่น -ชมต่อหน้าเพื่อนสนิทของคุณ -ชมต่อหน้าญาติ ๆ -ชมต่อหน้าพี่หรือน้อง -ชมต่อหน้าครูอาจารย์ -ชมต่อหน้าเพื่อนของเขา (แต่ทั้งนี้ต้องรู้จักพูดชมเพื่อไม่ให้เพื่อนของลูกหมั่นไส้ด้วย) เทคนิคชมเชยลูกพ่อแม่ควรชมลูกในเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง การที่คุณชมในเรื่องที่ลูกไม่คาดคิดว่าจะชม ก็จะทำให้เขารู้สึกดี และเกิดกำลังใจ คิดว่าพ่อแม่นี่ช่างเอาใจใส่ และแม้คนอื่นจะไม่ชื่นชมเขาเลย แต่คุณกลับชมเขา เขาก็ย่อมจะรู้สึกประทับใจ เช่นคุณอาจจะชมในเรื่องที่ไม่ค่อยจะมีใครชมเขา เช่น -ลูกเป็นเด็กดีนะ เพราะลูกรักสัตว์ รักหมารักแมวเสมอ -ลูกให้อภัยคนอื่นได้เสมอ นี่แหละข้อดีของลูก -ลูกเป็นเด็กที่น่ารักมาก […]

joom May 13, 2021

การกอดหรือการสัมผัสลูก อาจเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนไม่กล้าทำกับลูก โดยเฉพาะเมื่อลูกเริ่มโต เนื่องจากพ่อแม่มักจะคิดว่า ลูกตนอาจจะอายเพื่อนเพราะโตแล้ว ยิ่งลูกชายกับพ่อด้วยแล้วยิ่งไม่ได้เลย เพราะลูกชายอาจจะคิดว่า ลูกที่กอดกับพ่อจะดูเหมือนเด็กขี้แย แต่ความจริงก็คือ แม้เด็กจะมีความคิดเหล่านี้บ้าง แต่หากคุณไม่ยอมกอดเขา  ไม่เคยสัมผัสเลย ก็จะยิ่งทำให้คุณกับเขาห่างกันมากขึ้น ซึ่งคุณคงไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นแน่ ๆ ในวันนี้เราจึงมี เทคนิคกอดลูก สัมผัสแห่งรัก ที่มากกว่าความอบอุ่น แบบไม่ให้เขินมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน แนะนำ เทคนิคกอดลูก อย่างไรไม่ให้เขินอาย –เทคนิคกอดลูกที่เป็นเด็กโต หรือลูกวัยรุ่น ซึ่งตามปกติคุณไม่เคยกอดเขาเลย คุณอาจเริ่มจากการกอดในวันพิเศษของเขา เช่น วันเกิด วันที่เขาประสบความสำเร็จ เพื่อให้เขาไม่รู้สึกกระดากอาย –เทคนิคกอดลูกแม้ว่าในตอนแรกทั้งตัวคุณ หรือเด็กอาจจะเขินอายกันบ้าง แต่หากคุณได้เริ่มก่อน และค่อยๆ ทำไปเรื่อย ๆ เขาก็จะรู้สึกว่าคุ้นเคยและไม่รังเกียจที่จะสวมกอดคุณบ้าง จนกลายเป็นความเคยชินไป และพ่อแม่ที่สนิทสนมกับลูกเหมือนเพื่อนก็มักจะกอดกันเสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะทักทาย ร่ำลา หรือแม้จะเดินด้วยกันก็ยังสัมผัสกันบ่อย ๆ เช่น จับมือ โอบไหล่ จับศีรษะ    –เทคนิคกอดลูกขอให้พ่อแม่เป็นฝ่ายเริ่มกอดก่อนเสมอ ถ้าคุณยังไม่เคยกอดลูกแนะนำว่าอย่ามัวแต่เหนียมอาย โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่เคยกอดกันเลย ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องอาศัยระยะเวลา แล้วไม่นานนักคุณกับลูกก็จะกอดกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าใครที่เห็นก็รู้ว่าคุณกับเขาสนิทกันมากแค่ไหน แม้วัยจะต่างกันหลายรอบแต่พวกคุณก็เป็นส่วนหนึ่งของเขาได้อย่างลงตัว  […]

joom May 11, 2021

พ่อแม่ไม่ควรชมลูกรักแบบสักแต่ว่าชม ๆ ไปเท่านั้น แต่พ่อแม่ควรชมลูกด้วยความจริงใจ และมีชั้นเชิง เพราะทุกการกระทำคำพูดของคุณล้วนส่งผลให้ลูกน้อยจดจำและทำตามทั้งสิ้น ดังนั้นคำชมของคุณก็จะเป็นประสบการณ์ และช่วยสั่งสมลักษณะนิสัยของเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งใน เคล็ดลับชมลูก ให้มีกำลังใจ การชมลูกรักอย่างสร้างสรรค์ก็อยู่ที่นี่แล้ว แนะนำ 4 เคล็ดลับชมลูก ให้มีกำลังใจ เคล็ดลับชมลูกให้มีกำลังใจพ่อแม่ควรชมเรื่องที่ลูกรับผิดชอบ คุณควรชมเด็กโดยเน้นชมในส่วนที่เขารับผิดชอบ เพราะเด็กที่เริ่มโต จะเป็นวัยที่ควรสอนเรื่องความรับผิดชอบได้แล้ว ต่อไปภายภาคหน้าที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่ จะได้มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและผู้อื่นได้ ซึ่งคุณอาจจะชมเขาในเรื่องที่คุณมอบหมายให้เขารับผิดชอบ เช่น -ลูกทำอาหารเก่งจัง พ่อแม่ชอบอาหารที่หนูทำมาก ๆ -หนูทำความสะอาดห้องได้ดีมาก สะอาดเอี่ยมดีจริง ๆ -ลูกซักผ้าได้ดีมาก แม่วางใจที่ให้ลูกรับผิดชอบเรื่องนี้จ้ะ -ลูกจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายสัปดาห์นี้ได้ดีมาก รู้จักซื้อของที่จำเป็น แถมยังมีเงินเหลือเก็บอีก เคล็ดลับชมลูกให้มีกำลังใจพ่อแม่ควรบอกลูกว่าภูมิใจในตัวเขา คำชมที่ดีที่สุดสำหรับลูกก็คือ การที่พ่อแม่บอกลูกว่า คุณภาคภูมิใจในตัวเขา เท่านี้เขาก็จะรู้สึกว่าได้รับคำชมที่ยิ่งใหญ่แล้ว ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องบอกว่าเขาดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ แค่บอกเขาว่าเขาทำให้คุณอิ่มเอิบใจก็มากพอแล้ว เพราะลูกจะรู้สึกดีมาก หากพ่อแม่ตนปลื้มได้เพราะเขา หรือเห็นความสำคัญของเขา ดังนั้นคุณสามารถบอกเขาได้ทันทีว่า แม่ดีใจที่ลูกเป็นแบบนี้ หรือพ่อภูมิใจมากที่ลูกทำเป็นคนดี เคล็ดลับชมลูกให้มีกำลังใจพ่อแม่ควรขอบใจลูกเสมอ เมื่อคุณจะชมเชยลูกวัยรุ่น ก็ไม่ควรลืมกล่าวขอบใจเขา เพื่อช่วยให้เขารู้ได้ทันทีว่า คุณยอมรับเขา ซึ่งการยอมรับนี้ก็ถือว่าเป็นความต้องการพื้นฐานทางธรรมชาติ โดยเฉพาะเด็กที่กำลังก้าวสู่ช่วงวัยรุ่น […]

joom May 6, 2021

วันนี้จะมาชวนคุณพ่อคุณแม่ส่งเสริม พัฒนาการด้านภาษา แก่ลูกน้อยวัย  3 – 5 ปี  ให้เขาสามารถสื่อสารทางการพูด  การอ่าน  และการเขียนที่เหมาะสมกับวัยของเขาค่ะ แนะนำการส่งเสริม พัฒนาการด้านภาษา ให้กับลูกวัยเด็กในแต่ละช่วงวัย ส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาของลูกวัย  3 – 4  ปี ความสามารถด้านภาษาของเด็กวัยนี้ –  คำพูดของลูกส่วนใหญ่มีความหมาย –  ลูกพูดเป็นประโยคยาวๆ ได้มากขึ้น –  เล่าอย่างเป็นเรื่องเป็นราวได้  เด็กบางคนอาจเล่านิทานเป็นตุเป็นตะก็มี สิ่งที่พ่อแม่ต้องส่งเสริม –  กระตุ้นให้ลูกอ่านหนังสือเพื่อฝึกพัฒนาการด้านภาษาและเกิดความใฝ่เรียนใฝ่รู้ –  สอดแทรกความรู้อื่นๆ แก่ลูก  เช่น  ความรู้เรื่องจำนวน  ขนาด  รูปร่าง  สีสัน  เวลา  สิ่งมีชีวิต  –  หมั่นเล่านิทานให้ลูกฟังบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ตาม  ให้ลูกคุ้นชินกับภาษา  วิธีการออกเสียง  สำเนียง  เขาจะเกิดการเรียนรู้และเลียนแบบโดยไม่รู้ตัว  ไม่รู้สึกว่าถูกกดดันหรือบังคับ    –  การร้องเพลงสั้นๆ สามารถพัฒนาการด้านภาษาของลูกได้ –  การอ่านบทอาขยานสั้นๆ ให้ฟังจนลูกจำได้แล้วให้เขาต่อบท  […]

joom May 4, 2021

ใครบอกว่าของเล่นที่ดีต้องไฮเทค  ต้องราคาแพง  ทั้งที่จริงแล้วของเล่นง่ายๆ ไม่ซับซ้อน  อีกทั้งคุณพ่อคุณแม่ยังสามารถทำให้ลูกน้อยเล่นเองได้ก็คือ แป้งโดว์ มาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่า  แป้งโดว์คืออะไร? พูดง่ายๆ ว่าแป้งโดว์ก็คล้ายดินน้ำมันให้ลูกปั้นเล่นเพียงแต่ใช้ส่วนผสมที่แตกต่างกันค่ะ แป้งโดว์เหมาะกับลูกอายุเท่าไร? เหมาะกับลูกน้อยระดับชั้นอนุบาล  อายุประมาณ  3 – 5  ปี แป้งโดว์มีดีอะไร? บอกเลยว่าข้อดีของแป้งโดว์มีเพียบตามนี้… –  เมื่อเทียบกับดินน้ำมันที่ผสมสารเคมีต่างๆ อย่างน้ำมันเครื่อง  พาราฟิน  สีเคมีที่อาจเป็นอันตรายลงไปแล้ว แป้งโดว์เป็นทางเลือกที่ดีกว่าเพราะใช้ส่วนผสมที่ปลอดภัยในการทำ –  มีข้อดีมากกว่าดินน้ำมันตรงที่แป้งโดว์เนียนนิ่มปั้นง่าย  ไม่เหม็นกลิ่นสารเคมี –  ช่วยฝึกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์เวลาที่ลูกน้อยปั้นสิ่งต่างๆ อย่างอิสระ –  ในการเล่นแป้งโดว์  ลูกจะได้ใช้ทักษะการปั้น  กด  บีบ  อัด  คลึง  ที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อมือให้คล่องแคล่วแข็งแรง  –  ข้อดีของแป้งโดว์อีกอย่างคือช่วยฝึกสมาธิให้ลูกซนๆ สมาธิสั้นๆ มีใจจดจ่อในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น –  เป็นเพื่อนแก้เหงาที่ดี  เวลาที่ลูกต้องอยู่ลำพังเขาจะได้เล่นแป้งโดว์ที่พ่อแม่ทำให้  เหมือนมีพ่อแม่อยู่ใกล้ๆ ค่ะ ทำแป้งโดว์เองนักเลงพอ ส่วนผสมไม่กี่อย่าง 1.  แป้งสาลีอเนกประสงค์  1  ถ้วยตวง 2.  […]

joom April 29, 2021

เด็กในวัยต่าง ๆ มีพัฒนาการทางสมองที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เขามีความคิดและพฤติกรรมแตกต่างกันไปตามวัย หากคุณได้ศึกษา พัฒนาการทางสมองของเด็ก ของแต่ละช่วงวัย ก็จะทำให้คุณเรียนรู้และเข้าใจความเป็นเขามากยิ่งขึ้น ซึ่งย่อมจะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับลูกรักงดงามและยั่งยืน ทำความเข้าใจ พัฒนาการทางสมองของเด็ก ในแต่ละช่วงวัย พัฒนาการทางสมองของเด็กแรกเกิด – 2 ขวบ เด็กวัยนี้จะเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้ดี มีสัมผัสที่ดี และสมองของเขาจะเรียนรู้ด้วยการลองถูกลองผิด ดังนั้นเด็กจึงชอบจับนั่นนี่ไปทั่ว ดังนั้นหากเขาซนจนคุณท้อ ก็ให้คิดเสียว่าเขากำลังใช้สมองน้อย ๆ เรียนรู้ และเมื่อนั้นความฉลาดก็จะค่อย ๆ ตามมา พัฒนาการทางสมองของเด็กวัย 2 ขวบ – 7 ขวบ สมองของเด็กวัยนี้จะเรียนรู้ได้ดีขึ้น มีความสามารถในการเริ่มเรียนรู้ภาษา จึงเป็นวัยที่ควรพูดคุยกับเขาด้วยภาษาที่สองอย่างยิ่ง โดยที่ไม่จำเป็นต้องส่งเขาไปเรียนโรงเรียนที่สอนสองภาษา แต่ใช้วิธีพูดบ่อย ๆ สมองน้อย ๆ ของเขาก็จะเรียนรู้และจดจำได้เอง นอกจากนี้เขาก็จะเริ่มรู้ถึงเหตุผลง่าย ๆ และเข้าใจเรื่องที่เกี่ยวกับธรรมชาติด้วย พัฒนาการทางสมองของเด็กวัย  7 ขวบ – 11 ขวบ เด็กวัยนี้ถือว่าโตแล้วสมองจึงสามารถคิดแก้ปัญหาต่าง […]