แฟลชนิวส์
joom April 29, 2021

เด็กในวัยต่าง ๆ มีพัฒนาการทางสมองที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เขามีความคิดและพฤติกรรมแตกต่างกันไปตามวัย หากคุณได้ศึกษา พัฒนาการทางสมองของเด็ก ของแต่ละช่วงวัย ก็จะทำให้คุณเรียนรู้และเข้าใจความเป็นเขามากยิ่งขึ้น ซึ่งย่อมจะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับลูกรักงดงามและยั่งยืน ทำความเข้าใจ พัฒนาการทางสมองของเด็ก ในแต่ละช่วงวัย พัฒนาการทางสมองของเด็กแรกเกิด – 2 ขวบ เด็กวัยนี้จะเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้ดี มีสัมผัสที่ดี และสมองของเขาจะเรียนรู้ด้วยการลองถูกลองผิด ดังนั้นเด็กจึงชอบจับนั่นนี่ไปทั่ว ดังนั้นหากเขาซนจนคุณท้อ ก็ให้คิดเสียว่าเขากำลังใช้สมองน้อย ๆ เรียนรู้ และเมื่อนั้นความฉลาดก็จะค่อย ๆ ตามมา พัฒนาการทางสมองของเด็กวัย 2 ขวบ – 7 ขวบ สมองของเด็กวัยนี้จะเรียนรู้ได้ดีขึ้น มีความสามารถในการเริ่มเรียนรู้ภาษา จึงเป็นวัยที่ควรพูดคุยกับเขาด้วยภาษาที่สองอย่างยิ่ง โดยที่ไม่จำเป็นต้องส่งเขาไปเรียนโรงเรียนที่สอนสองภาษา แต่ใช้วิธีพูดบ่อย ๆ สมองน้อย ๆ ของเขาก็จะเรียนรู้และจดจำได้เอง นอกจากนี้เขาก็จะเริ่มรู้ถึงเหตุผลง่าย ๆ และเข้าใจเรื่องที่เกี่ยวกับธรรมชาติด้วย พัฒนาการทางสมองของเด็กวัย  7 ขวบ – 11 ขวบ เด็กวัยนี้ถือว่าโตแล้วสมองจึงสามารถคิดแก้ปัญหาต่าง […]

joom April 27, 2021

พ่อแม่หลายคนไม่ชอบที่เด็กดูการ์ตูน ทั้งในทีวี ในคอม และหนังสือการ์ตูน แต่คุณรู้ไหมว่าการดูการ์ตูนนั้นมีดีกว่าที่คิด หากลูกน้อยได้เลือกดูการ์ตูนที่ถูกแนวก็จะเกิดประโยชน์กับเขามาก ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นผู้แนะนำและเลือกแนวการ์ตูนให้ลูก ก็จะทำให้ลูกไม่รู้สึกว่าคุณห้ามเขาไปเสียหมด เขายังได้ดูการ์ตูนที่ชอบ ช่วยให้ผ่อนคลาย ได้ฝึกทักษะการอ่าน เพราะนิสัยรักการอ่านการดู ขณะเดียวกันก็ยังได้สาระจากสิ่งที่ดูด้วย และที่สำคัญคือได้พัฒนาสมองอย่างสม่ำเสมอโดยที่ไม่มีเบื่อเลย วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ แนวการ์ตูนช่วยพัฒนาสมองลูก ให้ทุกท่านได้รู้จักกัน แนะนำ แนวการ์ตูนช่วยพัฒนาสมองลูก ที่พ่อแม่ควรให้ลูกดู -การ์ตูนแนวแฟนตาซีจินตนาการหรือไซไฟ เป็นแนวการ์ตูนช่วยพัฒนาสมองลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ-การ์ตูนแนวตลกขบขัน ฮาตลอดเรื่อง เป็นแนวการ์ตูนช่วยพัฒนาสมองลูกและให้เด็กผ่อนคลายความเครียด เหมาะมากสำหรับเด็กโตที่เครียดจากการเรียนมาทั้งวัน -การ์ตูนแนวผจญภัย จะทำให้เด็กตื่นเต้นตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งความรู้สึกนี้ก็จะทำให้เด็กไม่เฉื่อยชาและอยากเรียนรู้เสมอ และเมื่อเขาไม่หยุดนิ่ง สมองของเขาก็จะได้รับการพัฒนาตลอด -การ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวน จะทำให้เด็กได้ใช้สมองขบคิดปริศนาอย่างถี่ถ้วนและรู้จักคิดนอกกรอบด้วย -การ์ตูนแนวเสริมความความรู้ให้การศึกษา แน่นอนว่าเด็กย่อมจะได้ความรู้ที่นำมาใช้พัฒนาทักษะชีวิตเขาได้-การ์ตูนแนวประวัติศาสตร์ จะช่วยให้เด็กได้รับข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ซึ่งประวัติศาสตร์จะทำให้สมองของเด็กรู้จักเรื่องการลำดับเวลา สนใจการเรียนรู้ และการค้นคว้า-การ์ตูนแนวดราม่า หรือโศกนาฏกรรม จะทำให้สมองของเด็กเกิดความจดจ่อกับอารมณ์ตรงนั้น และบางครั้งการที่เด็กร้องไห้ก็จะช่วยลดความเครียดได้เช่นกัน-การ์ตูนแนวต่อสู้ เป็นแนวการ์ตูนช่วยพัฒนาสมองลูกด้านการวางแผน เสริมสร้างกำลังใจให้ฮึกเหิม แต่แนะนำว่าไม่ควรจะเป็นการต่อสู้ที่ฉากโหดร้ายจนเกินไป -การ์ตูนแนวกีฬา จะทำให้เด็กสนใจเรื่องการออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายก็คือการผ่อนคลายสมองอย่างหนึ่ง -การ์ตูนแนวการใช้ชีวิต ที่ให้ข้อคิดหลักปรัชญาอย่างง่าย ๆ ก็จะดีต่อสมองของเด็ก เพราะจะช่วยให้เขาได้ขบคิดและไตร่ตรองเรื่องเหตุผลต่าง ๆ […]

joom April 22, 2021

ปัจจุบันพ่อแม่หลายคนตระหนักถึงความสำคัญของการทำให้ลูกมีทั้งความรู้ มีสติปัญญาที่ดี และต้องมี EQ หรือมีความฉลาดทางอารมณ์ด้วย เพื่อให้เขาเป็นเด็กที่เก่งแต่ขณะเดียวกันก็ต้องใช้ชีวิตได้อย่างดีมีคุณภาพด้วย ดังนั้นมาดูกันว่าคุณจะสามารถ เลี้ยงลูกให้มีEQดี ได้อย่างไรบ้าง ทำไม ? ถึงต้อง เลี้ยงลูกให้มีEQดี EQ (Emotional Quotient) หรือความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นความสามารถในการดำรงชีวิตให้มีความสุขและมีคุณภาพที่ดี ซึ่งการเลี้ยงลูกให้มีEQดีนอกจากจะทำให้ตัวเขามีความสุขแล้ว คนที่แวดล้อมเขาก็จะมีความสุขไปกับเขาด้วย เพราะเด็กที่มี EQ สูงจะเป็นคนที่มีคุณสมบัติที่ดีมากมาย เช่น รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น ภูมิใจในตนเองแต่ไม่ดูถูกคนอื่น มองโลกในแง่ดี ไม่เครียดง่าย มีอารมณ์ที่มั่นคงไม่ขึ้น ๆ ลงๆ  มีการคิดวิเคราะห์ที่ดีมีเหตุผล รักการเรียนรู้ มีมนุษยสัมพันธ์ คุณจึงควรสร้างลูกน้อยให้เป็นเด็กที่มี EQควบคู่ไปกับ IQ ด้วย วันนี้เราจึงจะมาบอกเทคนิคเลี้ยงลูกให้มีEQดีให้กับทุกท่านได้ทราบกันดังนี้ ให้อิสระในการตัดสินใจ การให้อิสระลูกน้อยในการตัดสินใจ จะช่วยเสริมสร้าง EQ ให้ลูกได้ เนื่องจากเด็กก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ถ้าคุณไม่เริ่มฝึกให้เขาตัดสินใจอะไรเองบ้าง เลือกให้เขาหมดทุกอย่าง เขาก็จะโตมาแบบอยู่ใต้ปีก ไม่กล้าคิดไม่กล้าตัดสินใจ สุดท้ายเขาก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ตามเก่งแต่นำใครไม่เป็น ซึ่งคุณสามารถฝึกให้เขาเริ่มตัดสินใจสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เองได้ […]

joom April 20, 2021

เมื่อลูกค่อย ๆ โตขึ้นจนอยู่ในช่วงเกือบจะเป็นวัยรุ่น ก็อาจเกิดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ของพ่อแม่และเด็ก เพราะเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง ดังนั้นถ้าคุณอยากให้ปัญหานี้คลี่คลายก็ควรนำวิธี เลี้ยงลูกแบบเพื่อน นี้ไปลองใช้ดู เลี้ยงลูกแบบเพื่อน เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ ลูกที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ควรเลี้ยงลูกแบบเพื่อนเพื่อให้เด็กเกิดความไว้วางใจคุณ เหมือนกับที่เขาวางใจเพื่อนที่โรงเรียน ซึ่งเขาจะสามารถเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้คุณฟังได้อย่างไม่เต็มที่ โดยที่ไม่กลัวเลยว่าคุณจะตำหนิหรือดูถูกเขา ดังนั้นลูกที่กำลังจะเป็นวัยรุ่นของคุณจึงอาจจะเล่าเรื่องความรัก เรื่องที่มีคนมาจีบเขา หรือเรื่องตลก ๆ ของเขากับเพื่อน ๆ ให้คุณฟังได้อย่างไม่เขินอาย หรือแม้แต่ความลับของเขาก็อาจจะไม่ใช่ความลับเมื่อเขาเล่าให้คุณฟัง และคุณยังหาทางป้องกันไม่ให้เรื่องร้ายบานปลายได้ด้วย          ทำความรู้จักกลุ่มเพื่อนของลูก เลี้ยงลูกแบบเพื่อนถ้าพ่อแม่ทำตัวให้เป็นเพื่อนกับลูกวัยรุ่นแล้ว สิ่งที่จะตามมาก็คือ ลูกวัยรุ่นของคุณจะพูดถึงเพื่อนใน กลุ่มเขาให้คุณฟัง ซึ่งคุณก็จะได้ฟังเกี่ยวกับวีรกรรมของแก๊งลูก จนบางครั้งก็จินตนาการหน้าตาออกก่อนที่ จะได้เห็นเพื่อน ๆ ตัวจริงของเขา และรู้ว่าเพื่อนลูกแต่ละคนมีลักษณนิสัยใจคออย่างไร ซึ่งการที่คุณรู้ว่าเพื่อนของเขาเป็นอย่างไร ก็จะช่วยให้คุณได้ประโยชน์มากมาย เช่น เพื่อนที่ดีคุณก็แนะนำลูกว่าควรคบหา เพื่อนที่ไม่ดีที่ชักนำไปในทางไม่งาม ก็ควรบอกลูกว่าให้ควรคบแบบห่าง ๆ จะดีกว่า ทำให้คุณแนะนำลูกได้ว่าหากลูกมีปัญหากับเพื่อนคนนี้จะแก้ไขอย่างไร หรือหาทางป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดเรื่องไม่ดีงามขึ้น ได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเด็ก การที่เลี้ยงลูกแบบเพื่อนพ่อแม่เป็นเพื่อนกับลูกวัยรุ่นจะช่วยให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเด็ก ซึ่งแต่ก่อนคุณอาจจะคิดว่าเราก็เข้าใจลูกดีอยู่แล้ว จนเมื่อคุณได้ทำตัวเป็นเพื่อนลูกวันรุ่นแล้ว คุณจะพบว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่คุณไม่รู้ และเขาเองก็ไม่เคยเล่า […]

joom April 15, 2021

การดูแลสุขภาพผิวหนังให้ลูกน้อย เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรสนใจ เพราะผิวเด็กในวัยนี้บอบบางมาก และผิวหนังที่มีสุขภาพไม่ดีก็เป็นส่วนที่เชื้อโรคเข้าถึงได้ง่าย ดังนั้นหันมา ปกป้องสุขภาพผิวให้ลูก อันเป็นที่รักของคุณกันเถอะ  แนะนำ เทคนิค ปกป้องสุขภาพผิวให้ลูก ปกป้องสุขภาพผิวให้ลูกจากแดดร้อนแรง-ทาครีมกันแดด สำหรับเด็กเล็กควรใช้ครีมกันแดดสำหรับเด็กโดยเฉพาะ โดยให้เลือกค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 30 และอย่าลืมทาทุกครั้งที่เขาออกไปข้างนอก ซึ่งแสงแดดก็คือตัวการร้ายที่ทำให้ผิวอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่าย ดื่มน้ำมาก ๆ เพราะการดื่มน้ำจะช่วยให้ผิวเด็กไม่แห้ง ชุ่มชื้น ชดเชยน้ำที่เสียไปกับเหงื่อ นอกจากนี้การดื่มน้ำให้มากก็จะช่วยป้องกันอาการขาดน้ำ ลดโอกาสในการเป็นฮีทสโตรคได้ใช้ผ้าชุบน้ำประคบผิว ถ้าคุณเห็นว่าผิวของเขาเริ่มแดง ๆ ก็ให้รีบน้ำผ้าชุบน้ำเย็น ๆ ไปประคบผิวก็จะช่วยลดการไหม้ต่อได้ และยังช่วยป้องกันการเป็นไข้ได้ด้วย ปกป้องสุขภาพผิวให้ลูกบรรเทาอาการผิวแห้งแตกให้ลูกน้อย ควรทาครีม โลชั่น หรือเบบี้ออยล์ให้ลูกน้อย เพราะผิวเด็กน้อยจะบอบบางกว่าผู้ใหญ่ถึง 10 เท่า ดังนั้นเมื่อผิวของเขาสัมผัสกับอากาศเย็นก็จะแตกง่ายการอาบน้ำที่อุ่นเกินไปเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแห้งแตก และผิวเสียสมดุลเนื่องจากชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติที่ผิวออกจนเกินไปลองสังเกตว่าสาเหตุที่ผิวหนังลูกแห้งมาจากการอาบน้ำด้วยผลิตภัณฑ์อาบน้ำหรือไม่ ถ้าใช่ก็ต้องลองเปลี่ยนดู ลองให้ลูกน้อยกินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินอีตามธรรมชาติที่ช่วยดูแลผิวให้ชุ่มชื้น เช่น มะม่วงสุก กล้วย มะเขือเทศ สรอว์เบอร์รี อะโวคาโด ปกป้องสุขภาพผิวให้ลูกดูแลผิวแพ้ง่าย แห้งคัน และเป็นผดผื่น สาเหตุที่ทำให้เด็กมีอาการผิวแพ้ง่าย มีมากมาย เช่น เหงื่อของเขาเอง […]

joom April 13, 2021

ถ้าลูกคุณโตพอจะช่วยเหลืองานบ้านได้บ้าง ก็ควรใช้โอกาสนี้ให้เด็กรู้จักทำงานบ้านที่เหมาะสมกับช่วงวัยของเขา เพื่อฝึกให้เขามีความรับผิดชอบ เป็นการแสดงน้ำใจต่อพ่อแม่ได้ และรู้จักฝึกทักษะในชีวิตประจำวัน ในวันนี้เราจึงมี เทคนิคสอนลูกให้ช่วยงานบ้าน ด้วยความเต็มใจ แบ่งเบาภาระ ด้วยความกระตือรือร้น ให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกๆ ท่าน เทคนิคสอนลูกให้ช่วยงานบ้าน เพื่อแบ่งหน้าที่รับความรับผิดชอบ งานบ้านให้ลูก เด็กส่วนใหญ่ที่เอาแต่เรียนก็มักจะทำงานบ้านไม่เป็น ไม่คิดจะช่วย บ้างก็เอาแต่เที่ยว ไม่สนใจแบ่งเบาภาระหน้าที่ การที่พ่อแม่ทำความเข้าใจกับลูกว่า ลูกควรมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องงานบ้าน เพราะการช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านจะช่วยแบ่งเบาภาระ ช่วยให้พ่อแม่เบาแรง และลูกเองก็ได้ฝึกทักษะในการทำงานบ้าง ต่อไปเมื่อเขาเติบโตก็จะได้รู้จักดูแลตนเองได้ อย่างน้อย ๆ ก็ซักผ้าเอง หุงข้าวเองได้ ไม่ต้องลำบากคนอื่นด้วยเทคนิคสอนลูกให้ช่วยงานบ้านดังต่อไปนี้ อย่าจู้จี้ลูกเรื่องงานบ้าน การที่คุณจู้จี้ขี้บ่นเขาตั้งแต่ก่อนทำงานบ้านจนทำเสร็จ แบบนี้ลูกคงไม่ชอบแน่ เพราะนิสัยของเด็กโดยเฉพาะเด็กโตก็จะไม่ชอบให้ใครมาจ้ำจี้จ้ำไชเหมือนเขาเป็นเด็กเล็ก และการที่คุณบ่นเขามาก ๆ เขาก็จะคิดว่าการทำงานบ้านเป็นเรื่องน่าเบื่อ คุณจึงต้องคอยบังคับเขา ซึ่งบางครั้งเด็กก็จะมีที่งอแงบ้าง ผัดผ่อนไปบ้าง กว่าจะมาทำได้ก็ต้องใช้เวลาสักพัก หากคุณรอสักหน่อย ถ้าไม่นานเกินไปก็อย่าไปเร่งเขามาก หรืออาจกระตุ้นด้วยการเตือน แต่ไม่ใช่กรบ่นในแง่ลบ เขาก็น่าจะรู้หน้าที่และรีบมาทำงานบ้าน ควรสอนลูกทำงานบ้าน ลูก ๆ ควรมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องงานบ้านจากคุณก่อน เพราะก่อนที่คุณจะให้เขารับผิดชอบงานบ้านใด คุณต้องมั่นใจว่าเขาทำได้ดีพอสมควร คือจะต้องรู้วิธีการที่จะทำ หรือเคยทำมาบ้างแล้ว โดยวิธีการนั้นต้องถูกต้อง […]

joom April 6, 2021

การตักเตือนเด็กก็เป็นอีกสิ่งที่พ่อแม่ต้องระมัดระวังมาก เพราะยิ่งเด็กโตเท่าไร เขาก็จะยิ่งให้ความสำคัญเรื่องหน้าตาในสังคมมาก แม้ว่าคุณจะไม่ได้กล่าวว่า ตำหนิ หรือประจานเขาต่อหน้าใครเลย แต่สำหรับเด็กแล้วเขาจะรู้สึกแรงมากกว่าปกติ และหากทำผิดวิธีก็อาจจะทำให้เขาอับอายจนฝังใจ ไม่เชื่อฟัง และไม่อยากจะคุยกับคุณอีกเลย ดังนั้นคุณก็ควรจะลองนำ เทคนิคการตักเตือนลูก เหล่านี้ไปใช้   แนะนำ เทคนิคการตักเตือนลูก ให้ได้ผล เทคนิคการตักเตือนลูกด้วยการไม่พูดคำเหล่านี้ เมื่อจะตักเตือนลูก เลี่ยงการใช้คำว่าเด็กทำผิด เพราะคำว่าผิดคำเดียวอาจทำให้เด็กบางคนรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำเลวร้ายมาก ซึ่งคุณอาจเลี่ยงเป็นการบอกว่าหนูน่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้นะ การกล่าวตักเตือนลูกควรอย่าบอกว่าเขาโง่หรือไม่ฉลาด เพราะเป็นการตอกย้ำว่าคุณไม่เห็นคุณค่าในตัวเขา ซึ่งเขาจะคิดว่าหากเขาทำอะไรโง่ ๆ คุณก็จะไม่รักเขาอย่างนั้นหรือ อย่าบอกว่าเด็กตั้งใจที่จะทำผิดเช่นนั้น เพราะเด็กจะรู้สึกว่าคุณขาดความไว้วางใจในตัวเขา อย่าบอกว่าสิ่งที่เด็กทำไม่มีใครเขาทำกัน เพราะเด็กจะเกิดการเรียนรู้ว่าการที่ทำตัวแปลกแตกต่างจากคนส่วนใหญ่เป็นเรื่องไม่ดีไปเสียหมด ซึ่งความจริงแล้วบางสถานการณ์การทำตัวให้แตกต่างหรือสร้างสรรค์ก็ถือเป็นเรื่องดี   เทคนิคการตักเตือนลูกด้วยเหตุผล อย่าเพิ่งบอกว่าเด็กทำในสิ่งที่ไม่ดี คุณต้องอธิบายเหตุผลก่อนและอย่าลืมบอกถึงผลเสียที่จะตามมาว่าสิ่งนั้นทำให้เกิดเรื่องอย่างไรบ้าง ดีไม่ดีอย่างไร ใครที่ต้องรับผลกระทบกับเรื่องนี้บ้าง การใช้เหตุผลกับเด็กเล็กอาจดูเป็นเรื่องยาก แต่คุณก็ควรอธิบายด้วยวิธีง่าย ๆ ด้วยการยกตัวอย่าง และไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเข้าใจได้ทั้งหมดหรือไม่ เพราะอย่างน้อยสมองของเขาก็จะได้เรียนรู้แล้วว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ประมาณนี้อีกก็ไม่ควรทำแบบที่ผ่านมาเพราะเป็นสิ่งไม่ดี เหตุผลที่ใช้ตักเตือนเด็กเล็กควรแสดงถึงผลที่กระทบกับเขาโดยตรง เพราะถ้าคุณพูดถึงผลกระทบต่อสังคมที่เป็นสเกลใหญ่ ๆ เด็ก ๆ ก็จะไม่ค่อยเข้าใจหรือเกิดการตระหนัก เทคนิคการตักเตือนลูกชมก่อนตักเตือน การชมเขาก่อน หรือชี้จุดดีของเขาก่อนแล้วค่อยตักเตือนภายหลังก็จะช่วยให้หนักกลายเป็นเบาได้ อย่าชมเขาเสียมากมายจนทำให้เขาลืมไปว่าอันที่จริงแล้วสิ่งที่เขาทำมันก็มีส่วนผิด คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกท่าน […]

joom April 2, 2021

พ่อแม่บางคนอาจกลุ้มใจที่ลูกเกิดมาพร้อมความถนัดที่ไม่เหมือนใคร คือถนัดซ้าย ทำให้เด็กดูแตกต่างจากคนอื่น และรู้สึกกังวลว่าควรต้องแก้ไขสิ่งนี้เพื่อให้เด็กถนัดขวาแบบคนส่วนใหญ่ แต่ความจริงก็คือ ลูกถนัดซ้าย เป็นเรื่องธรรมชาติ ที่สวรรค์สร้างมาให้ และคุณจะพบว่าลูกของคุณพิเศษจริง ๆ ทำไม เพราะอะไร ทำให้ ลูกถนัดซ้าย มีหลายทฤษฎี ที่ยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัด ถึงเรื่องที่ว่าทำไมลูกถนัดซ้ายแต่เชื่อว่าอาจจะมาจากปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวกำหนด เช่น -เรื่องพันธุกรรม คือหากทั้งพ่อและแม่ หรือคนใดคนหนึ่งถนัดซ้าย ลูกก็มักจะเกิดมาถนัดซ้าย -เชื่อว่ามาจากยีนตัวหนึ่งที่คือ LRRTM1 ซึ่งทำให้ถนัดซ้าย -มีทฤษฎีที่เชื่อว่ามาจากฮอร์โมนเพศชาย “เทสโทสเทอโรน” ที่เข้าสู่ทารกในครรภ์ แล้วไปส่งผลกระทบต่อสมองซีกขวา จึงทำให้เด็กถนัดซ้าย -เชื่อว่าการทำอัลตราซาวนด์เด็กในครรภ์ จะส่งผลให้เด็กมักจะถนัดซ้าย ลูกถนัดซ้ายคือความบกพร่องหรือไม่ อันที่จริงแล้วลูกถนัดซ้ายแต่ร่างกายของเขาจะถูกควบคุมด้วยการทำงานของสมองซีกขวา ดังนั้นจึงเป็นที่น่าสนใจว่าคนที่ถนัดซ้ายไม่น้อยเลยที่โดดเด่นในเรื่องจินตนาการอันสร้างสรรค์ เด็กมักจะมีความสามารถในเชิงศิลปะ มีความจำเป็นเลิศ หรือหากเชี่ยวชาญด้านใดแล้วก็จะทำได้ดีเยี่ยม ดังนั้นในวัยเด็กหากมีการบังคับให้เขาต้องใช้มือขวาเพื่อให้เป็นข้างที่ถนัด ก็อาจจะทำให้เกิดการฝืนธรรมชาติของเด็กได้ แต่ในเด็กบางคนหากมีการฝึกให้เด็กถนัดทั้งสองมือได้โดยไม่รังเกียจเรื่องการมือซ้าย ก็จะช่วยฝึกให้เด็กมีทักษะในการใช้มือ รวมทั้งทักษะด้านอื่น ๆ มากขึ้นด้วย คุณสมบัติเด่นของลูกถนัดซ้าย เชื่อว่าข้อดีของลูกถนัดซ้ายมักจะมีความพิเศษ มากมายหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ -มีความอัจฉริยะทางด้านใดด้านหนึ่งเสมอ -จะสามารถทำงานยาก ๆ มีความซับซ้อนได้ค่อนข้างดี -มีความคิดที่รวดเร็ว และยังเป็นเด็กที่คล่องตัว […]

joom March 29, 2021

ถ้าคุณมีลูกน้อยที่เป็น เด็กถนัดซ้าย ก็ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะจากงานวิจัยมากมายระบุว่ามีแนวโน้มว่าเด็กที่ถนัดซ้ายมักจะมีพรสวรรค์และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดี แต่บางครั้งความถนัดซ้ายก็อาจสร้างปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เขาได้ แต่ถ้าคุณเข้าใจและได้ช่วยเขา ก็จะทำให้เขาภูมิใจกับสิ่งนี้และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นมาก ต้องแก้ไขไหมถ้า เด็กถนัดซ้าย อันที่จริงแล้วการที่เด็กถนัดซ้ายไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข เพราะแม้ในชีวิตประจำวันเครื่องใช้ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกจะออกแบบมาสำหรับคนที่ถนัดขวา เนื่องจากคนถนัดขวามีปริมาณมากกว่าเยอะ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นอุปสรรคใหญ่โต เพียงแต่ถ้าคุณควรฝึกให้เด็กใช้มือขวาได้ด้วยก็จะดีมาก และยังช่วยให้เขาดูโดดเด่น และทำอะไรได้มากขึ้นเมื่อถนัดทั้งสองมือ โดยเฉพาะในทักษะทางการกีฬา ที่หากสามารถใช้ได้ทั้งสองมือก็จะได้เปรียบมาก ปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กถนัดซ้าย จริงอยู่ว่าโลกนี้มีคนถนัดขวามากกว่าคนถนัดซ้าย ดังนั้นข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จึงออกแบบมาสำหรับคนถนัดขวา ซึ่งเรื่องนี้อาจทำให้เกิดปัญหากับเด็กถนัดซ้ายจนเด็กอาจรู้สึกหงุดหงิด เช่น -กรรไกรส่วนใหญ่ที่ออกแบบสำหรับคนที่ถนัดขวา -ลูกบิดประตูที่ออกแบบสำหรับคนที่ถนัดขวา ทำให้เวลาเปิดแล้วรู้สึกฝืนมือ -แม้แต่การเขียนหนังสือแบบไทย เราก็จะเขียนจากซ้ายไปขวา ทำให้บางครั้งคนที่ถนัดซ้าย มือก็จะเปื้อนหมึกปากกาที่ยังไม่แห้ง และทำให้เกิดรอยสกปรกเวลาเขียนได้ง่าย -กีตาร์คือปัญหาหนึ่งของคนเล่นกีตาร์ที่ถนัดมือซ้าย ดูแลเด็กถนัดซ้ายให้ใช้ชีวิตประจำวันง่าย -เลือกซื้อของจากร้านที่ขายของสำหรับคนถัดซ้ายที่เด็กถนัดซ้ายใช้ได้โดยเฉพาะ เพื่อบอกให้เด็กรู้ว่าคุณแคร์เขาแค่ไหน และข้าวของที่ออกแบบมาสำหรับคนที่ถนัดซ้ายก็มีมากมาย เช่น เมาส์ มีด กีตาร์ กรรไกร ที่เปิดกระป๋อง   -การจัดวางข้าวของในบ้าน หากเป็นของที่เด็กจำเป็นต้องใช้บ่อย ๆ คุณก็ควรอำนวยความสะดวกให้เขาด้วยการวางให้เหมาะสำหรับเด็กที่ถนัดซ้าย […]

joom March 25, 2021

สังคมไทยมักไม่นิยมพูดชมลูก เพราะเกรงว่าจะทำให้เด็กคิดว่าตัวเองเก่งจนเหลิง และทำตัวให้เป็นที่หมั่นไส้ของคนอื่น ซึ่งจะทำให้อยู่ในสังคมยาก แต่ความจริงแล้วการชมลูกอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เขาเป็นเด็กที่มีความภาคภูมิใจ แต่ไม่ผยองจนเกินงามและไม่คิดดูถูกคนอื่นด้วย วันนี้เราจึงมาแนะนำ เทคนิคชมลูกให้เหมาะสม ให้กับทุกท่าน เพื่อนำไปปรับใช้ กับลูกของเราได้อย่างเหมาะสม แนะนำ เทคนิคชมลูกให้เหมาะสม แบบพอดีๆ ทำไมจึงควรพูดชมเชยลูก เด็กทุกวัยโดยเฉพาะวัยที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่นก็มักจะชื่นชอบหากมีใครมาชมเชยหรือยกย่องเขา เพราะเด็กวัยนี้จะรู้สึกมั่นใจในตนเอง คิดว่าตนดี หรือมีความพิเศษมากกว่าคนอื่น ดังนั้นเมื่อได้รับคำชมเขาก็จะตัวลอย และถ้าคนที่ชมเขาคือพ่อแม่เขาเอง เขาก็จะรู้สึกดีกับคุณ และเชื่อฟังพ่อแม่ที่เห็นคุณค่าเขามากขึ้นซึ่งถ้าคุณอยากให้ลูกเชื่อฟัง คุณก็ควรจะรู้จักชมเชยเขาบ้างตามสมควร เทคนิคชมลูกให้เหมาะสม พ่อแม่ควรจะยึดหลักการจะชมเชยลูก ดังนี้ –เทคนิคชมลูกให้เหมาะสมพ่อแม่ควรชมลูกด้วยความจริงใจ ทั้งสีหน้าแววตา น้ำเสียงจึงควรเป็นธรรมชาติ อย่าดัดจนเหมือนเล่นละคร –เทคนิคชมลูกให้เหมาะสมชมแบบพอดี ชมด้วยข้อเท็จจริง ไม่ต้องใส่น้ำหรือความรู้สึกมากเกินไป –เทคนิคชมลูกให้เหมาะสมควรชมแบบพอดี ๆ อย่าเยอะ อย่ายาว ให้มีความกระทัดรัดน่าฟัง –เทคนิคชมลูกให้เหมาะสมควรจะเป็นเรื่องที่คุณคิดว่าเขาน่าจะต้องการคำชมนั้น เช่น เด็กผู้หญิงก็มักจะชอบให้ชมเรื่องหน้าตา หรือรูปลักษณ์ ส่วนเด็กผู้ชายก็จะชอบให้ชมเรื่องความสามารถ ความเก่งกาจต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็อย่าลืมว่าแม้จะเป็นลูกสาวก็ควรใส่ใจชมเรื่องความสามารถของเด็กด้วย เพราะเด็กต้องการให้คนสนใจเรื่องความสามารถหรือความเก่งของเขาเป็นพิเศษ หากลูกสาวของคุณมีความสามารถ หรือทำอะไรได้ดี ก็ควรชมที่ความสามารถของเธอร่วมด้วย –เทคนิคชมลูกให้เหมาะสมอีกวิธีคือ คุณควรชมเขาในทันทีที่เกิดเหตุการณ์นั้น ๆ เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าคุณสนใจเขา […]