แฟลชนิวส์
joom December 23, 2020

ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่แม่แม่จะกังวลเป็นอย่างมากกับอาการ ผมร่วงหลังคลอด นี้ เพราะถือว่าตอนหลังคลอดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้เส้นผมที่อยู่ในช่วงเติบโตเป็นจำนวนมากเปลี่ยนไปอยู่ในช่วงพัก และหลุดร่วงออกไปจากศีรษะพร้อมๆกัน ทำให้แม่ๆทั้งหลายมีความกังวลกับการเสียภาพลักษณ์ เพราะด้วยร่างกายที่อาจจะปรับเปลี่ยนและยังไม่อยู่ในสภาพปกติ แถมยังมีการหลุดร่วงของเส้นผมย่อมจะทำให้เป็นปัญหา และเกิดความไม่มั่นใจในตัวเองได้ด้วย สาเหตุ ลักษณะ อาการ ผมร่วงหลังคลอด ของคุณแม่ สำหรับคุณแม่มือใหม่เพิ่งคลอดลูกเป็นครั้งแรก อาจจะเกิดความเครียดและความกังวลใจ กับอาการหลังคลอดนี้ ด้วยอาการ ผมร่วงหลังคลอด มีอาการสาเหตุมาจากเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนภายในร่างกาย เพราะในระหว่างตั้งครรภ์ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผมร่วงลดลงและทำให้ผมดูมีสุขภาพดี แต่ถ้าหลังจากการคลอด ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้ จะลดลงทำให้ผมที่หยุดร่วงกลับสู่วงจรเดิมอีกครั้ง และเหมือนดูว่าจะร่วงมากขึ้นกว่าเดิมอาการผมร่วงหลังคลอด ถือได้ว่าไม่เป็นอันตรายและไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน ส่วนผู้ที่มีอาการผมร่วงนั้นก็ไม่ต้องวิตกกังวลด้วยอาการมักหายไปเองเมื่อช่วง 6 เดือนหลังคลอด โดยวิธีลดอาการผมร่วงนี้คือการรับประทานอาหาร ที่เป็นประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ การทานอาหารเสริมหรือวิตามิน a b c หรือ d และโปรตีนธาตุเหล็กที่เป็นส่วนช่วยบำรุงเส้นผม และหวีผมอย่างเบามือใช้ครีมนวด และเจลแต่งผมเพื่อให้ดูมีน้ำหนักหรือตัดผมให้สั้นลง เปลี่ยนทรงผมหรือการมัดผมสิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยลดความกังวล สำหรับอาการผมร่วงหลังคลอดได้ สำหรับอาการผมร่วงไม่หายหลังจากคลอดบุตรแล้วกว่า 1 ปีจำเป็นจะต้องไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาอาการผมร่วงอาจเป็นสัญญาณของโรคบางชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคโลหิตจางหรือโรคที่เกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ด้วย จึงถือได้ว่าอาการ ผมร่วงหลังคลอด คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะต้องเจอเมื่อมีการคลอดบุตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้และจะหายไปในที่สุด […]

joom December 21, 2020

               ทำไม ความเข้าใจของพ่อแม่ คือส่วนสำคัญในการดูแลลูก เพราะถ้าเราเข้าใจในตัวลูกของเราได้อย่างแท้จริง จะทำให้เราและเขามีความสุขไปพร้อม ๆ กัน นั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเรียน การเล่น รวมไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาแต่จะทำอย่างไรให้เราสามารถที่จะเข้าถึงความรู้สึกของลูกของเหล่าอย่างถ่องแท้ เพราะความเข้าใจบางทีมันก็ต้องใช้เวลาในการสร้างขึ้นมาเหมือนกัน ความเข้าใจของพ่อแม่ สำคัญเสมอ                เพราะ ความเข้าใจของพ่อแม่ มักจะอยู่เหนือความรู้สึกเสมอ เนื่องจากว่าเรื่องบางอย่างไม่สามารถใช้ความรู้สึกเป็นสิ่งตัดสินใจได้ ซึ่งเด็กบางคนก็ไม่เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสสิ่งนี้เลย แต่ถ้าหากเปล่าไว้นานจนเกินไป ก็อาจจจะแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจที่ไม่ดีแต่กันได้ ซึ่งมันก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตสำหรับเราและลูก รวมไปถึงความสัมพันธ์อื่น ๆ ที่ไม่ค่อยดีตามมา                โดยพ่อแม่บางคนก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งนี้ ว่าแท้จริงแล้ว ความเข้าใจของพ่อแม่ ที่มีต่อลูกของเรานั้นว่ามันคืออะไร ทำไมมันถึงมีความสำคัญต่อคนในครอบครัวมากนัก ซึ่งพ่อแม่ประเภทนี้มักจะใช้ความรู้สึกตัวเองเป็นหลัก และไม่คำนึงถึงความรู้สึกของลูกตัวเองเลย เพราะคิดว่าสิ่งที่ตนเองเลือกนั่นย่อมดีเสมอ  แต่นั้นจะทำให้เด็กรู้สึกกดดันอีกทั้งยังไม่มีความสุขในสิ่งที่เขาทำ จะทำให้ความเข้าใจของเรากับลูกนั้นอาจจะลดลงได้ หรือกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีย้อนกลับมา                แต่ผิดกลับพ่อแม่บางคนที่มี ความเข้าใจของพ่อแม่ ในตัวลูก และพวกเขาจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องตั้งความหวังและรับความกดดันใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเรียน การคาดหวังในคะแนนสอบ หรือ การเลือกทางเดินของลูกในอนาคต เพื่อตามความฝันของพวกเขา เพราะถ้ามีความเข้าใจในตัวลูกอย่างลึกซึ่งแล้ว เราจะสามารถรับรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ จะทำให้เรารู้ว่าลูกของเราเขาชอบอะไรมากที่สุด อยากจะเป็นอะไรมากที่สุด […]

joom December 19, 2020

คุณแม่ตั้งครรภ์นอกจากท้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วยังมีอาการอื่น ๆ ตามมาอีกมากมายเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนร่างกายที่พร้อมเตรียมตัวที่จะถ่ายโอนสารอาหารที่จำเป็นต่าง ๆ ไปให้ตัวเด็กอ่อน ทั้งยังเตรียมร่างกายให้พร้อมในการคลอดลูกได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย สิ่งที่สังเกตได้ง่าย ๆ ถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวคุณแม่นอกจากผิวพรรณที่อาจโทรมขึ้น หรือเหงื่อที่ออกมากกว่าปกติแล้ว เส้นผมก็มีความเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน ในขณะที่ตั้งครรภ์คุณแม่ส่วนใหญ่จะมีอาการผมขาดหลุดร่วง เส้นผมจะเปราะง่ายเนื่องจากสารอาหารที่เคยเอาไปเลี้ยงเส้นผมได้ถูลำเลียงไปที่ตัวลูกแทนนั่นเอง ทว่าในช่วงนี้คุณแม่ท่านใดที่ยังอยากมีผมสวยอยู่เราก็มีวิธีในการดูแลผมช่วงนี้มาฝากกัน วิธีดูแลผมที่ขาดหลุดร่วง จากความเปลี่ยนแปลง ของร่างกายเมื่อตั้งครรภ์ แนะนำ วิธีดูแลผมที่ขาดหลุดร่วง ขณะตั้งครรภ์ 1. งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีแรง – วิธีดูแลผมที่ขาดหลุดร่วง จากความเปลี่ยนแปลง ของร่างกายเมื่อตั้งครรภ์ ช่วงนี้ควรงดการใช้แชมพู หรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผมที่มีเคมีแรง ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผมหลุดร่างได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้เด็กในท้องส่วนใหญ่จะไม่ชอบกลิ่นสารเคมีแรง ๆ และอาจทำให้คุณแม่คลื่นไส้อาเจียนได้อีก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี รวมถึงการไปร้านทำผมที่มีกลิ่นของน้ำยาย้อมผมแรง ๆ ด้วย ใครที่แพลนจะไปซาลอนช่วงที่ตั้งครรภ์แนะนำให้แคนเซิลไปก่อนเลยจ้า เพื่อตัวเส้นผมและตัวของเด็กในท้องด้วย ช่วงนี้ให้ใช้พวกผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์ของเด็กไปก่อนเลยได้ 2. อย่ามัดผมแน่น – วิธีดูแลผมที่ขาดหลุดร่วง จากความเปลี่ยนแปลง ของร่างกายเมื่อตั้งครรภ์ คุณแม่ท่านใดที่ช่วงก่อนตั้งครรภ์เป็นสไตลิสที่ชอบทำผมตัวเองเป็นประจำ ม้วนผม ไดร์ผม หรือกระทั่งมัดผมแน่น ๆ ช่วงที่ตั้งครรภ์ให้ลดลงไปก่อน หรืองดเลยยิ่งดี เพราะฮอร์โมนในร่างกายช่วงนี้ทำให้ผมขาดง่ายมาก […]

joom December 17, 2020

เหล่าแม่ที่ตั้งท้องมาได้สักพักและเริ่มถึงเดือนที่จะให้กำเนิดลูกน้อยแล้ว นอกจากความตื้นตันใจที่มีก็คงเป็นความกังวลที่ตามมาว่าเราจะทราบได้อย่างไรว่าลูกของเราใกล้คลอดแล้ว คุณแม่หลายท่านคงเคยพอได้ยินมาว่าก่อนจะคลอดลูกจะต้องมีน้ำเดิน หรือมูกใส ๆ ไหลออกมาก่อนแต่ก้ไม่แน่ใจว่าแบบไหนคืออาการก่อนการคลอดลูกกันแน่ หรือจะเป็นมูกแบบปกติ เพราะช่วงที่ครรภ์เริ่มใหญ่คุณแม่จะมีมูกมากอยู่แล้วนั่นเอง เพื่อความสบายใจเรามาดูกันดีกว่าว่ามูกก่อนที่จะคลอดนั้นเป็นแบบไหน มูกก่อนคลอด มีลักษณะอย่างไร อาการใดถึงบ่งบอกว่าใกล้คลอดแล้ว! ลักษณะ มูกก่อนคลอด ที่บ่งบอกว่าใกล้คลอดแล้วน่ะ ตามหัวข้อเลยว่า มูกก่อนคลอด มีลักษณะอย่างไร อาการใดถึงบ่งบอกว่าใกล้คลอดแล้ว อันดับแรกคุณแม่ต้องลองสังเกตตัวเองดูก่อนว่ามูกที่ออกมานั้นปกติหรือไม่ ปกติคือมีสีใสไม่มีกลิ่น แต่อาจจะออกมามากหน่อยเมื่ออายุครรภ์เริ่มมาก เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงให้ร่างกายเข้าสู่การคลอดลูกและปากมดลูกมีความบางตัวลงเรื่อย ๆ เพื่อเตรียมให้เด็กออกมา ตอนนี้มูกจะเริ่มเยอะเพื่อป้องการเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจเข้ามาสู่ช่องคลอดที่บางและอ่อนลงของคุณแม่ใกล้คลอดได้ ซึ่งในช่วงนี้จะยังไม่ใช้อาการที่กำลังจะคลอด แม้คุณแม่อาจจะมีอาการเจ็บท้องบางเป็นครั้งคราวร่วมด้วยก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ในช่วงก่อนการคลอดลูกอยู่ดี (ประมาณ 2-3 เดือนก่อนการคลอดลูกจริง) มูกก่อนคลอด มีลักษณะอย่างไร อาการใดถึงบ่งบอกว่าใกล้คลอดแล้ว ส่วนมูกที่แสดงว่าลูกกำลังจะออกแล้วนั้นจะมีลักษณะที่แตกต่างออกไป กล่าวคือมูกจะมีเลือดออกมาด้วยนั่นเอง ซึ่งควรออกมาด้วยบ้าง หากออกมาเยอะเกินไปแสดงถึงความผิดปกติแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อพบว่ามูกมีเลือดแล้วนั่นเป็น มูกก่อนคลอด ควรไปพบแพทย์เพื่อเตรียมเรื่องการคลอดลูกได้ แต่ในบางคนก็อาจไม่พบเลือดออกมาด้วยก็มีเช่นกัน สิ่งที่แสดงว่าใกล้คลอดจริง ๆ และนั่นคืออาการน้ำเดิน จะมีน้ำออกมาจากช่องคลอดคล้ายน้ำปัสสาวะแต่ไม่มีสีไม่มีกลิ่น น้ำนี้คือน้ำคร่ำของเด็กในท้องนั่นเอง เมื่อน้ำคร่ำแตกแรกคุณแม่ควรคลอดลูกทันทีภาย 48 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยของตัวลูกน้อย เพราะเมื่อน้ำคร่ำแตกแล้วแสดงว่าไม่มีสิ่งใดที่ปกป้องตัวลูกน้องได้อีกแล้ว และถึงเวลาที่ลูกต้องออกมาจากครรภ์ที่มีแม่คอยดูแลเพื่อเจอกับโลกและสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริง […]

joom December 15, 2020

จากความเข้าใจโดยปกติแล้วช่วงที่ผู้หญิงตั้งครรภ์มักจะเป็นช่วงที่ไม่มีประจำเดือนเท่านั้น ส่วนช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือนคือช่วงที่ไข่ที่ตกมาจากรังไข่ได้ฝ่อลงไปที่ผนังมดลูกและกลายเป็นเลือดออกมาในทุก ๆ เดือนระยะการมีประจำเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 3 – 7 วันแล้วแต่ความสมบูรณ์และลักษณะเฉพาะของร่างกายแต่ละคน ซึ่งไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เคยมีข่าวที่บางคนสามารถท้องได้แม้จะมีประจำเดือนทำให้หลายคนตั้งคำถามและสงสัยกันอีกครั้งว่า ผ่าไฟแดง มีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือน ผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่? คำตอบง่าย ๆ เลยว่าได้ ผู้หญิงสามารถมีประจำเดือนได้แต่จากสองกรณีเท่านั้นนั่นคือ คำตอบ ผ่าไฟแดง ท้องหรือไม่ 1. ในช่วงการตกไข่จะเป็นก่อนการมีประจำเดือนจริง แต่หลายคนเริ่มงงแล้วว่าช่วงตกไข่ก็คือช่วงที่ไม่มีประจำเดือน คือไม่มีเลือดออกมา แต่ความเป็นจริงแล้วในหญิงวัยรุ่นหลายคนขณะที่ไข่ตกก็สามารถมีเลือดได้ด้วยเช่นกัน ทว่าเราอาจคิดว่านี่แหละคือประจำเดือนตอนที่ไข่ของเราฝ่อแล้วแต่แท้จริงกลับเป็นช่วงที่ไข่สุกเต็มที่ต่างหาก ดังนั้นการ ผ่าไฟแดง มีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกว่ามีประจำเดือนจริงเป็นเหตุให้ผู้หญิงเรามีโอกาสท้องได้เลยล่ะ เพื่อความปลอดภัยก็ความที่จะรับประทานยาคุมหรือใส่ถุงยาอนามัยให้เรียบร้อยแม้ว่าจะมีประจำเดือนก็ตาม 2. ในช่วงหลังจากที่ประจำเดือนหมด เป็นเรื่องกลไกของร่างกายเราที่หลายคนไม่ทราบอีกเช่นกันว่าระยะตกใข่ของคนเราสามารถตกหลังจากการมีประจำเดือนได้ด้วยเช่นอาจจะวันหรือสองวันหลังจากที่เราประจำเดือนหมดไปและพบว่ามีประจำเดือนมาอีกครั้งแต่มาแบบเล็กน้อย ซึ่งนั่นอาจไม่ใช่ประจำเดือนแต่เป็นการตกไข่ของเรานั่นเอง นั่นจริงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนพลาด ผ่าไฟแดง เพราะคิดว่าเลือดที่ออกมานั้นเป็นประจำเดือนและไข่ได้ฝ่อไปแล้วนั่นเอง ที่สำคัญเลยผู้หญิงเราควรรู้ว่าตัวอสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ในตัวเราได้นานประมาณ 2-5 วัน ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์หลังจากที่มีประจำเดือนในวันท้าย ๆ ทว่าไข่ของเรากลับตกเร็ว คือตกหลังจากประจำเดือนหมดประมาณ 2 – 5 วันเราก็มีโอกาสท้องได้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้จากคำถามที่ว่า ผ่าไฟแดง มีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่มีประจำเดือนผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่? ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่ามีโอกาสพอสมควรเลยล่ะ ยิ่งถ้าใครที่มีวันไข่ตกไม่ตรงกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เป็นไปได้ว่าการใช้เวลานับวันไม่สามารถช่วยได้ […]

joom December 13, 2020

เป็นเรื่องปกติที่ตัวคุณพ่อและคุณแม่ก่อนการตั้งครรภ์ต้องตรวจโรคร้ายต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนเพราะ โรคบางอย่างเป็นกรรมพันธ์และมีโอกาสอย่างมากในการติดต่อจากเชื้อของพ่อแม่สู่ลูกหลานได้ ยิ่งบางคนที่เป็นพาหะยิ่งน่ากลัวเพราะโรคที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดที่ตัวเองแต่ตัวเรากลับเป็นพาหะที่สามารถนำโรคเหล่านี้ไปสู่ตัวลูกได้แบบไม่รู้ตัว เป็นเหตุให้ยุคนี้มีการตรวจโรคก่อนการวางแผนจะมีบุตรนั่นเอง เรามาดูโรคร้ายที่เราต้องระวังกันหน่อยดีกว่า โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว! มารู้จัก โรคร้ายที่ต้องระวัง ที่อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้ 1. ธาลัสซีเมีย – โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว โรคธาลัสซีเมีย หรือโรคเลือดจาง เป็นโรคร้ายที่อันตรายมากกับตัวเด็ก สามารถติดได้ทั้งจากฝ่ายพ่อและแม่ ซึ่ส่วนใหญ่จะเป็นพาหะแฝงมาแล้งมาลงที่ตัวลูกเสียมากกว่า ทั้งนี้จะสามารถตรวจเจอในเด็กได้ตั้งแต่อายึประมาณหกเดือนไปจนถึงหนึ่งปี สามารถสังเกตด้วยสายตาได้ว่าเด็กจะมีความตัวซีดผิดปกติ บางรายอาจมีความผิดปกติทางด้านกระดูกด้วยทำให้หน้าตาผิดรูปไป ฟันเหยินออกมา ภายในร่างกายระบบม้ามจะผิดปกติ มีขนาดโตกว่าปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่เกิดออกมาเป็นธาลัสซีเมียควรตรวจเชื้อของทั้งพ่อแม่ให้เรียบร้อยก่อน และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าสามารถมีลูกได้หรือไม่ 2. ฮีโมฟีเลีย – โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว โรคนี้เป็นโรคที่แทบดูไม่ออกเลยว่าพ่อแม่คนไหนมีอาการแบบนี้เพราะเป็นโรคที่ทำให้ผิวหนังของเด็กที่คลอดออกมามีความอ่อนแอ เกิดการฟกช้ำได้ง่าย เพียงการกดกระแทกแรง ๆ ก็สามารถทำให้เลือดออกและเป็นแผลช้ำได้แล้ว ถือเป็นโรคที่ดูไม่รุนแรงแต่อันตรายและต้องระวังให้อยู่ในสายตาตลอด เพราะหากเกิดอุบัติเหตุใหญ่เลือดอาจไหลไม่หยุดและทำให้เสียชีวิตได้ 3. G6PD – โรคร้ายที่ต้องระวัง อาจติดจากแม่สู่ลูกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว โรคที่ทำให้เลือดในตัวเด็กมีความผิดปกติ มีตัวซีดเหลือง นับเป็นความผิดปกติของยีนส์อย่างหนึ่ง เป็นโรคที่ถ่ายทอดจากตัวแม่สู่ลูก ซึ่งลูกชายจะมีโอกาสได้รับยีนส์ตัวนี้มากกว่าลูกสาว อย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่าทางฝ่ายแม่อาจมีความผิดปกติของยีนส์ได้ สามารถใช้วิธีทำเด็กหลอดแก้วแทนเพื่อให้ได้ยีนส์ตัวที่แข็งแรงเพื่อลูกที่ออกมามีความปกตินั่นเอง ติดตามบทความ แม่และเด็ก เรื่องราวดีๆเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูก เทคนิควิธีการดูแลลูก ได้ที่นี้

joom December 11, 2020

ช่วงท้องนี่เป็นช่วงที่คุณแม่หลายคนอาจจะมีความสุขกับการรับประทานอาหารมากขึ้นก็เป็นได้ แม้อาหารบางประเภทจะต้องงดและลดลงไปบ้างแต่เมนูส่วนใหญ่ก็สามารถรับประทานได้ทั้งนั้นเลย ยิ่งบ้านเราเป็นเมืองที่ทีอาหารปรุงสุกใหม่ที่หลากหลายด้วยแล้วอาจเป็นสวรรค์ของสายกินเลยก็ได้เพราะเราไม่มีข้ออ้างให้ต้องกลัวอ้วนแล้วอย่างไรล่ะ และยิ่งใครที่ชอบกินของเผ็ด ๆ เปรี้ยวด้วยแล้วเวลาท้องจะยิ่งอยากเข้าไปใหญ่ ซึ่งอาหารพวกนี้ช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ด้วยอีกนะ เอาล่ะครั้งนี้เราของแนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ ท้องแล้วก็กินของเผ็ดได้! แนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ 1. ยำกุ้งนางตะไคร้หอม – แนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ ท้องแล้วก็กินของเผ็ดได้ อาหารแซ่บ ๆ ดีต่อสุขภาพก็ต้องยกให้เครื่องกลิ่นหอมอย่างตะไคร้กันเสียหน่อยและเมนูที่อยากแนะนำคือ ยำกุ้งนางตะไคร้หอม แน่นอนกุ้งต้องสุกนะจ้ะ เพราะคนท้องไม่ควรกินของดิบใด ๆ เลย ถึงใครจะชอบกินปลาดิบ กุ้งดิบแค่ไหนช่วงนี้พักไปก่อนได้เลย 2. ตำสายบัว – แนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ ท้องแล้วก็กินของเผ็ดได้จะกินตำไทยหลายคนอาจจะเบื่อแล้วมาลองกินตำสายบัวกันดูได้นะ เพราะสายบัวมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่เช่นกัน มีสรรพคุณช่วยบำรุงครรภ์ และขับความร้อนออกจากร่างกายอีกด้วยนะ ยิ่งตัวคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะตัวร้อนกว่าปกติ เหงื่อออกง่ายยิ่งเหมาะกับการกินสายบัวใหญ่เลย ยิ่งถ้าทาดคู่กับปลาทอดนะยิ่งครบเครื่องความอร่อย แซ่บสุด ๆ ไปเลยล่ะ 3. ตำดอกไม้ทอด – แนะนำ อาหารรสแซ่บที่คนท้องกินได้ ท้องแล้วก็กินของเผ็ดได้ อีกเมนูส้มตำที่มีประโยชน์และค่อนข้างดีต่อสุขภาพมีกากใยอาหารรวมถึงมากวิตามินนั่นคือ ตำดอกไม้ทอด ใครไม่เคยลองก็ลองสรรหามากินกันดูได้นะ ทานเป็นของกินเล่นก็ดีไม่น้อยเลยล่ะ 4. ยำเห็ดรวม […]

joom December 9, 2020

ในขณะนี้คุณแม่หลายๆ คนที่กำลังเตรียมตัว วางแพลน กับว่าตัวเองว่าควรจะคลอดลูกแบบไหนมากกว่ากันดี ระหว่าง คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด แต่ยังไม่แน่ใจว่าการคลอดลูกทั้งสองแบบมีความแตกต่างและข้อดีขอเสียต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อให้คุณแม่ทั้งหลายสามารถเปรียบเทียบได้มากขึ้นเราจึงได้ทำการเปรียบเทียบการคลอดบุตรทั้งสองกรณีด้วยแบ่งเป็นห้าหัวข้อด้วยกัน เปรียบเทียบการคลอดแบบธรรมชาติและการผ่าคลอด ความแตกต่างระหว่างการ คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด 1. ค่าใช้จ่าย – เปรียบเทียบการ คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด การคลอดเองจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและสารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ เพราะไม่ค่อยมีเหตุให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทว่าการผ่าคลอดต้องใช้อุปกรณ์และแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางจึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงตามมา นอกจากนี้ยังอาจมีค่าใช้ง่ายเพิ่มขึ้นมาอีกทั้งการเย็บท้อง การพักฟื้น และอื่น ๆ อีกมากมาย 2. ก่อนคลอด – เปรียบเทียบการ คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด การคลอดเองต้องรอให้เด็กกลับหัวก่อนและถุงน้ำคร่ำแตกเพื่อให้เด็กออกมาได้ แต่การคลอดแบบผ่าจะเป็นการนับวันและกำหนดว่าจะเอาเด็กออกมาช่วงไหน ส่วนมากที่เด็กไม่กลับหัวก็ต้องผ่าคลอดได้อย่างเดียวเท่านั้น ก่อนผ่าคลอดคุณแม่ต้องอดอาหารประมาณแปดชั่วโมงและต้องดมยาสลบเพื่อให้คุณหมอผ่าเอาลูกออกมา 3. ขณะที่คลอด – เปรียบเทียบการ คลอดลูกธรรมชาติ VS ผ่าคลอด การคลอดเองหมอจะชัดกรีดฝีเย็บเพื่อให้ปากมดลูกเปิดออกง่ายขึ้น ขณะที่เบ่งลูกออกมาคุณแม่จะเจ็บมดลูกอย่างมากแต่เมื่อคลอดออกมาได้คุณแม่จะหายเจ็บในทันทีและแผลค่อนข้างฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว ในขณะที่ผ่าคลอดหลังจากที่คุณแม่สลบไปแล้วคุณหมอจะผ่าเอาตัวเด็กพร้อมกับรกออกมาแล้วเย็บท้องกลับเหมือนเดิม 4. หลังการคลอด – เปรียบเทียบการ […]

joom December 7, 2020

เมื่อตั้งครรภ์คุณแม่หลาย ๆ ท่านมักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยงาม อย่างการดูแลผิวสักเท่าไรนัก เพราะด้วยร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนเพลีย และทำอะไรไม่ค่อยสะดวก จนบางครั้งแทบไม่อยากจะขยับตัวทำอะไรเสียด้วยซ้ำ นอกจากนอนนิ่ง ๆ จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งเมื่อส่องกระจกและพบว่านี้เราโทรมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน วันนี้เรามี 4 วิธีดูแลผิวคุณแม่ตั้งครรภ์ มาแนะนำ แนะนำ 4 วิธีดูแลผิวคุณแม่ตั้งครรภ์ ทำไมเห็นดารา เซเลบหลายคนถึงแม้จะตั้งครรภ์ก็ยังดูเปล่งปลั่ง สวยใส มีน้ำมีนวล ผิดกับฉันขนาดนี้ ไม่ได้แล้ว !! จะนิ่งนอนใจอย่างนี้ไม่ได้ เราต้องลุกขึ้นมาดูแลผิวพรรณของตัวเองบ้าง จะได้ดูสวยใสอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าการดูแลผิวตามแบบฉบับเดิมจะส่งผลกระทบอะไรต่อลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์หรือไม่ ขอให้หมดกังวลในเรื่องนั้นไปได้เลย เพราะเราได้รวบรวม 4 วิธีดูแลผิวคุณแม่ตั้งครรภ์ ให้เปล่งปลั่ง และไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยมาให้แล้ว ตามไปดูกันเลย !! 1.ทานผัก-ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุงผิว หากเป็นวิธีธรรมชาติ อะไรจะบำรุงผิวพรรณได้ดีกว่าการทานผัก-ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง อย่างมะเขือเทศ ส้ม หรือฝรั่ง เพราะผัก-ผลไม้ เหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ซึ่งเป็น วิธีดูแลผิวคุณแม่ตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการลดริ้วรอย รอยดำคล้ำ และช่วยปรับผิวให้สว่างสดใสราศีจับอีกด้วย อีกทั้งการทานผัก-ผลไม้นั้นยังเป็นผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย 2.หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด เพราะแสงแดดจัดเป็นศัตรูตัวร้ายต่อการดูแลผิว และเมื่อตั้งครรภ์ ผิวหน้าจะมีความหมองคล้ำขึ้นอยู่แล้ว […]

joom December 5, 2020

สถิติทั่วโลกในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีเด็กเสียชีวิตจากกรณีที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง หรือคนใกล้ชิดลืมเด็กในรถเกือบ 700 ราย !! ถือเป็นอัตราตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจ เพราะการลืมเด็กในรถดูจะเป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่เราก็มักเห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นบ่อยครั้งจากการรายงานของสื่อต่าง ๆ ซึ่งอาจมีเด็กบางคนโชคดีที่คุณพ่อ คุณแม่ หรือรถโรงเรียนรู้ตัวได้ทัน และรีบออกค้นหาจนไปเจอ แต่ก็มีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ไม่ได้โชคดี ต้องติดอยู่ในรถเป็นเวลานานจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งการเสียชีวิตเมื่อลืมเด็กในรถส่วนมากจะเกิดจากอุณหภูมิที่สูงเกินกว่าเด็กจะรับได้ และคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เราจึงได้รวบรวม 4 เทคนิคที่ผู้ใกล้ชิดเด็กต้องจำและนำไปใช้ เพื่อช่วย ป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถ !! แนะนำ แนวทางปฏิบัติ ป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถ ระวังมากกว่าเดิมเมื่อกิจวัตรต่างไปจากเดิม เมื่อเด็กอยู่กับเราเป็นเวลานาน จะมีบางครั้งที่เรามักหลงลืมไปบ้าง จากความเคยชินได้ ดังนั้นเราจึงควรจงระวังมากกว่าเดิมเมื่อกิจวัตรประจำวันของคุณต่างไปจากเดิม เพราะจะทำให้ ป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถ ลดความเสี่ยงลืมเด็กในรถได้ เช่น เมื่อคุณต้องแวะทำธุระระหว่างทางที่ค่อนข้างกินเวลานาน ก่อนจะขับรถกลับบ้านและนำเด็กออกจากรถตามปกติ วางสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเด็กไว้ที่เบาะหน้ารถ ในกรณีที่เด็กยังเล็ก จำเป็นต้องนั่งคาร์ซีทอยู่ที่เบาะด้านหลัง หรือเด็กไม่ชอบนั่งข้างหน้า คุณควรวางสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเด็กไว้ที่เบาะหน้ารถ เพื่อจะได้ย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเราพาเด็กนั่งมาด้วย ไม่เช่นนั้นคุณอาจลืมเด็กในรถ เนื่องจากมัวแต่มีสมาธิกับการขับรถ และเร่งรีบทำธุระที่เร่งด่วน โดยของที่วางไว้ด้านหน้าอาจเป็นของเล่น ขวดนม หรือผ้าอ้อมก็ได้ วางของที่จำเป็นต้องใช้ไว้ที่เบาะหลัง […]